ภาพสวยด้วยกระดาษโฟโต้

กระดาษโฟโต้

สำหรับสายงานที่มีความจำเป็นจะต้องใช้งานที่เป็นรูปภาพ ถือว่าการเลือกใช้กระดาษนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะปัจจุบันนี้มีกระดาษที่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งแน่นอนว่าก็มีกระดาษที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานในการพิมพ์ภาพเช่นกัน นั่นคือกระดาษโฟโต้โดยถือว่ากระดาษโฟโต้นั้นผู้คนส่วนใหญ่ล้วนรู้จักกันทั้งนั้น สำหรับผู้ที่ต้องพิมพ์งานภาพเป็นประจำควรจะต้องทำความรู้จักเกี่ยวกับกระดาษที่มีความเหมาะสมในการพิมพ์รูปภาพ สำหรับวันนี้ IamOffice มีเทคนิคพิเศษสำหรับการเลือกกระดาษให้เหมาะกับงานพิมพ์ จะเป็นอย่างไรบ้างลองมาดูกันได้เลย

การเลือกกระดาษโฟโต้

กระดาษ คือ วัสดุสำคัญที่มีอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งกระดาษนั้นมีการนำมาใช้งานไม่ว่าจะงานพิมพ์ งานบทความ หรืองานภาพส่วนใหญ่ก็ใช้กระดาษ การเลือกใช้กระดาษให้มีความเหมาะกับเครื่องปริ้นเตอร์ก็เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้การเลือกใช้กระดาษในงานพิมพ์ก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่อาจจะทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสำหรับงานรูปภาพแล้วส่วนใหญ่จะใช้เครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ทที่สามารถพิมพ์งานออกมาได้หลากหลายแบบไม่ว่าจะตัวอักษรหรืองานภาพ เพราะเครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ทมีความละเอียดสูงจึงเป็นที่นิยม

วิธีการเลือกกระดาษโฟโต้

กระดาษโฟโต้

1. ความหนาและความบางของกระดาษ 

กระดาษแต่ละแบบมีความหนาและความบางไม่เท่ากัน โดยทั่วไปกระดาษที่มีความบางจะใช้งานกับงานพิมพ์ทั่วไป เช่น นำไปใช้กับเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์บางรุ่น ที่สำคัญต้นทุนกระดาษไม่แพงมาก ส่วนกระดาษที่มีความหนามากจะใช้กับเครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท เนื่องจากปริมาณหมึกปริ้นเตอร์ก็มีความสำคัญต่อกระดาษเพราะถ้าใช้กระดาษบางแต่ปริมาณน้ำหมึกมากก็ส่งผลให้หมึกปริ้นเตอร์ซึมได้ การตรวจสอบว่าเครื่องปริ้นเตอร์รองรับกระดาษความหนาเท่าไหร่ก็เป็นสิ่งสำคัญ

2. น้ำหนักของกระดาษ

ความหนาและน้ำหนักของกระดาษมีความสัมพันธ์กัน ส่วนใหญ่กระดาษที่มีความหนาจะมีน้ำหนักมากกว่ากระดาษแบบบาง กระดาษโดยทั่วไปจะใช้หน่วยเป็นปอนด์หรือแกรม กระดาษที่ผลิตออกมามีลักษณะการใช้งานไม่เหมือนกัน กระดาษสำหรับพิมพ์งานทั่วไปจะมีน้ำหนัก 70 – 80 แกรม น้ำหนักไม่มากเหมาะกับเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ ส่วนกระดาษที่เหมาะกับงานพิมพ์ภาพจะอยู่ที่ขนาด 90 – 270 แกรม การเลือกกระดาษโฟโต้ขึ้นอยู่กับชนิดงาน งานกราฟิกบางงานไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษที่ความหนาหรือน้ำหนักมากนัก หรือบางงานอาจจะต้องใช้กระดาษที่มีน้ำหนักมากและมีความหนาพิเศษ

3. ความมันของกระดาษ

ความมันของกระดาษ (Glossy Paper) เป็นที่นิยมใช้ในงานพิมพ์ภาพหรืองานกราฟิก ที่นิยมเพราะว่ามีสารเคลือบอยู่บริเวณผิวหน้าของกระดาษ ใช้สำหรับดูดซึมหมึกปริ้นเตอร์โดยความมันมีหลายระดับให้เลือก ข้อดีของกระดาษ Glossy สีติดทนนานสีสันสดใส ในปัจจุบันมีกระดาษ Glossy หลายแบบ เช่น เป็นกระดาษที่สามารถกันน้ำได้

4. เนื้อกระดาษความสว่างของกระดาษ

กระดาษมีความสว่างหลายระดับโดยค่าความสว่างเรียกว่า Brightness Rating มีผลต่อคุณภาพงานที่ถูกพิมพ์ ระดับ Brightness มีปัจจัยหลายอย่าง เช่น สารที่ใช้สำหรับเคลือบกระดาษแต่ละแบบ ไม่ว่าจะแบบด้าน หรือแบบมัน กระดาษโฟโต้มีค่า Brightness rating อยู่ที่ 90 ขึ้นไป กระดาษที่มีความขาวมาก ๆ จะทำให้งานพิมพ์ภาพมีสีสันสมจริง

5. ความด้านของกระดาษ

กระดาษแบบด้าน คือ Matte Paper แตกต่างกระดาษแบบมัน (Glossy) จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน

    • กระดาษแบบ Plain Paper เป็นกระดาษแบบด้านทั่วไปมีน้ำหนักไม่เกิน 100 แกรม ที่เหมาะกับงานกราฟิกหรืองานภาพ
    • กระดาษ Matte Paper มีไว้สำหรับงานกราฟิกและงานภาพ ตัวกระดาษมีน้ำหนักมากและมีความหนากว่ากระดาษ Glossy Photo งานภาพของกระดาษ Matte Paper โทนสีนุ่มและไม่สะท้อนแสง ที่สำคัญสามารถพิมพ์ได้ทั้งสองด้าน

6. วิธีการเก็บรักษา

กระดาษมีหลายประเภทและมีคุณสมบัติไม่เหมือนกันแต่มีวิธีเก็บรักษาเบื้องต้นเหมือนกัน ควรระวังความชื้นการเก็บให้พ้นจากแสงแดด โดยเฉพาะกระดาษ Plain Paper ถ้าเก็บไว้นานเกินไปทำให้ความขาวของกระดาษลดลง ส่วนกระดาษ Glossy หากเก็บไว้นานจะทำให้สารที่เคลือบบนกระดาษเสื่อมลง อาจจะทำให้มีปัญหาเช่น น้ำหมึกไม่ติดกระดาษหรือหมึกแห้งช้าเกินไป

 

line

facebook

 

 

การเลือกกระดาษให้เหมาะกับงาน

กระดาษ

1. Plain Paper

กระดาษสำหรับพิมพ์งานธรรมดาทั่วไป มีน้ำหนักอยู่ในช่วง 70 – 80 แกรม โดยมีน้ำหนักและความหนาไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะใช้กับเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์เพราะน้ำหมึกจะซึมกระดาษได้ง่าย หากนำไปพิมพ์งานที่เป็นรูปภาพก็จะมีจุดเด่น คือ จะมีราคาที่ถูกกว่ากระดาษโฟโต้ และกระดาษ Glossy

2. Glossy Paper

กระดาษมีความมันมีน้ำหนักตั้งแต่ 90 แกรมขึ้นไป สามารถใช้งานได้หลากหลาย พิมพ์ได้ทั้งเอกสารสีทั่วไป ไปจนถึงพิมพ์ภาพ สามารถรองรับการพิมพ์ได้ความละเอียดสูงมากถึง 2880 dpi น้ำหมึกไม่ซึมลงผ่านกระดาษ กระดาษไม่หนามากแต่สามารถกันน้ำได้

3. Matte Finish Paper

กระดาษมีความด้านส่วนใหญ่ไว้สำหรับงานกราฟิกจนไปถึงงานภาพ กระดาษมีความหนามากกว่ากระดาษ Glossy เพราะไม่มีสารมาเคลือบกระดาษ กระดาษสามารถพิมพ์ได้สองด้าน มีคุณสมบัติคล้ายกระดาษ Glossyสามารถกันน้ำได้จุดเด่น คือ กระดาษไม่สะท้อนแสงสีที่พิมพ์ออกมาจะมีความนวลกว่า

4. กระดาษโฟโต้

กระดาษโฟโต้ เป็นกระดาษที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเครื่องปริ้นเตอร์รุ่นใหม่มีความละเอียดในการพิมพ์สูงกระดาษโฟโต้ มีคุณสมบัติเหนือกว่ากระดาษ Glossy กระดาษโฟโต้จึงมีความหนามากกว่า สามารถพิมพ์ได้เพียงด้านเดียว ที่สำคัญกันน้ำ และรองรับการพิมพ์ที่มีความละเอียดได้ตั้งแต่ 2880 dpi ขึ้นไป แต่ราคาจะแพงกว่ากระดาษ Glossy

บทความที่เกี่ยวข้อง

สรุป

การเลือกกระดาษโฟโต้มีให้เลือกหลากหลายประเภทและหลากหลายราคา แต่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบเครื่องปริ้นเตอร์ว่าเครื่องปริ้นเตอร์รองรับกระดาษขนาดเท่าไหร่ และใช้ระบบอิงค์เจ็ทหรือเลเซอร์ หากต้องการพิมพ์ภาพหรืองานกราฟิกอยากแนะนำเครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท เพราะจะให้สีสันสดใส หากต้องการพิมพ์เอกสารควรใช้ Plain Paper เหมาะกับเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ ถ้าเป็นงานภาพสีทั่วไปกระดาษไม่หนามากแนะนำเป็น Glossy Paper หากต้องการเน้นงานกราฟิกงานภาพ Matte Finish Paper สำหรับเครื่องปริ้นเตอร์สมัยใหม่มีความละเอียดสูงควรใช้กระดาษโฟโต้

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โทร : 02-9220291

Line : @iamoffice

Facebook : @iamofficeshop

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

iamofficeshop.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน