วิธีเลือกหมึกเทียบเท่า / Refill ให้เหมาะกับงาน
หมึกเทียบเท่าและหมึกเติม (Refill) คือทางเลือกสำหรับผู้ใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ต้องการควบคุมต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่น โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์ระบบแท้งก์หรือเครื่องที่ติดตั้งชุดเติมหมึกไว้แล้ว เหมาะกับงานพิมพ์เอกสารทั่วไป งานภายในองค์กร หรือการพิมพ์แบบฝึกหัดที่ไม่ต้องการเก็บรักษายาวนานเป็นพิเศษ
- เลือกให้ตรงแบรนด์เครื่องพิมพ์: หมึกเติมแต่ละขวดผลิตสูตรมาสำหรับเครื่องพิมพ์แต่ละค่ายโดยเฉพาะ เช่น Fighter สำหรับ Canon, Epson หรือ Brother จะมีสูตรต่างกัน ห้ามใช้ข้ามค่ายเพราะคุณสมบัติน้ำหมึกไม่เหมือนกัน อาจทำให้สีเพี้ยนหรือหัวพิมพ์อุดตัน
- เช็กสีให้ครบตามที่ใช้: เครื่องพิมพ์สี่สีต้องเติมแยกขวดตามสี ได้แก่ ดำ ฟ้า แดง เหลือง ควรสังเกตระดับหมึกในแท้งก์แต่ละช่องแล้วสั่งเฉพาะสีที่ใกล้หมด หรือสั่งครบชุดถ้าใช้งานสม่ำเสมอทุกสี
- ขนาดบรรจุกับปริมาณการใช้: ขวดขนาด 100 ml. อย่างของ Fighter เป็นขนาดมาตรฐานที่เติมแท้งก์ได้หลายรอบ ถ้าพิมพ์เยอะทุกวันการซื้อครบชุดสี่สีจะสะดวกกว่าทยอยซื้อทีละสี
- ประเภทงานพิมพ์ที่ทำบ่อย: งานเอกสารตัวหนังสือทั่วไปใช้หมึกเติมได้ผลดีและประหยัด แต่ถ้าเป็นงานพิมพ์ภาพถ่ายที่ต้องเก็บนาน หรือเอกสารที่ต้องกันน้ำ ควรพิจารณาหมึกแท้ของเครื่องซึ่งออกแบบสูตรมาเฉพาะ
- ยี่ห้อหมึกเติมที่ใช้ต่อเนื่อง: เมื่อเลือกใช้แบรนด์ใดแล้ว เช่น Fighter, Hi-jet หรือ Smile ควรใช้แบรนด์เดิมต่อเนื่อง ไม่ควรผสมหมึกต่างยี่ห้อในแท้งก์เดียวกัน เพราะสูตรเคมีต่างกันอาจตกตะกอนและอุดตันหัวพิมพ์ได้
คำถามที่พบบ่อย
ใช้หมึกเติมแล้วเครื่องพิมพ์จะพังไหม? ถ้าเลือกหมึกที่ผลิตสำหรับแบรนด์เครื่องของเราโดยตรง เติมถูกสี และใช้งานพิมพ์สม่ำเสมอไม่ปล่อยเครื่องทิ้งไว้นาน ความเสี่ยงเรื่องหัวพิมพ์ตันจะต่ำ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากเติมผิดสี ผสมหมึกต่างยี่ห้อ หรือทิ้งเครื่องไว้นานจนหมึกแห้ง
หมึกเติมต่างจากหมึกแท้อย่างไร? หมึกแท้ผลิตโดยเจ้าของเครื่องพิมพ์ ราคาสูงกว่าแต่การันตีความเข้ากันได้เต็มที่ ส่วนหมึกเติมเทียบเท่ามีต้นทุนต่อแผ่นต่ำกว่ามาก เหมาะกับงานพิมพ์ปริมาณเยอะที่เน้นความประหยัดเป็นหลัก