วิธีเลือกเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตให้เหมาะกับงาน
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตเด่นเรื่องงานพิมพ์สี ไล่เฉดภาพถ่ายและกราฟิกได้เนียนกว่าเลเซอร์ในราคาเครื่องที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับบ้าน ร้านค้า และออฟฟิศเล็กที่พิมพ์งานหลากหลาย นอกจากนี้หมวดนี้ยังรวมเครื่องพิมพ์เฉพาะทางอย่างเครื่องพิมพ์ภาพพกพา Xiaomi Portable Photo Printer 1S และเครื่องพิมพ์ดอทเมตริกซ์ OKI สำหรับงานพิมพ์แบบฟอร์มสำเนาไว้ด้วย
- ลักษณะงานพิมพ์หลัก: ถ้าพิมพ์ภาพถ่ายและงานสีเป็นหลัก อิงค์เจ็ตคือคำตอบ แต่ถ้างานส่วนใหญ่เป็นเอกสารข้อความจำนวนมาก ลองเทียบกับรุ่นเลเซอร์อย่าง Brother HL-L5210DN ที่อยู่ในหมวดเดียวกันก่อนตัดสินใจ เพราะความเร็วและต้นทุนต่อแผ่นของเอกสารขาวดำต่างกันชัด
- ระบบหมึก ตลับหรือแท็งก์: เครื่องแบบตลับเหมาะกับคนที่พิมพ์นานๆ ครั้ง ส่วนเครื่องระบบแท็งก์เติมหมึกจากขวดเหมาะกับคนพิมพ์สม่ำเสมอ เพราะหมึกต่อขวดพิมพ์ได้จำนวนแผ่นมากกว่าตลับหลายเท่า จุดสังเกตคือถ้าพิมพ์น้อยมาก หมึกอิงค์เจ็ตอาจแห้งหัวพิมพ์ ต้องเปิดใช้บ้างเป็นระยะ
- งานฟอร์มสำเนาต้องใช้ดอทเมตริกซ์: ใบส่งของหรือแบบฟอร์มกระดาษต่อเนื่องที่ต้องได้สำเนากดทะลุหลายชั้นในการพิมพ์ครั้งเดียว อิงค์เจ็ตและเลเซอร์ทำไม่ได้ ต้องใช้เครื่องดอทเมตริกซ์อย่าง OKI ML790 Plus หรือ ML791 Plus ซึ่งออกแบบมาเพื่องานนี้โดยตรง
- การเชื่อมต่อและการพิมพ์จากมือถือ: รุ่นที่มี Wi-Fi สั่งพิมพ์จากสมาร์ตโฟนได้สะดวก ส่วนเครื่องพิมพ์ภาพพกพาอย่าง Xiaomi 1S เหมาะกับคนที่อยากปรินต์รูปจากมือถือทันทีโดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์
- ขนาดกระดาษสูงสุด: เครื่องส่วนใหญ่รองรับ A4 แต่ถ้าต้องพิมพ์ภาพขนาดเล็กพิเศษหรือกระดาษต่อเนื่อง ให้ดูสเปกกระดาษที่รองรับของรุ่นนั้นก่อนสั่งซื้อเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ได้พิมพ์ทุกวัน หมึกอิงค์เจ็ตจะแห้งไหม? มีโอกาสถ้าทิ้งไว้นานหลายสัปดาห์โดยไม่ใช้เลย วิธีป้องกันคือสั่งพิมพ์หน้าทดสอบสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้ารู้ตัวว่าพิมพ์น้อยจริงๆ เครื่องเลเซอร์ขาวดำอาจเหมาะกว่าเพราะโทนเนอร์เป็นผงไม่แห้ง
เครื่องดอทเมตริกซ์ยังจำเป็นอยู่ไหม? จำเป็นสำหรับงานที่ต้องพิมพ์สำเนากระดาษเคมีหลายชั้นพร้อมกัน เช่น ใบกำกับแบบฟอร์มต่อเนื่องของระบบบัญชีเดิม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ OKI ยังผลิตรุ่นใหม่ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน