วิธีเลือกคีย์บอร์ดและเมาส์ Rapoo ให้เหมาะกับงาน
Rapoo เป็นแบรนด์คีย์บอร์ดและเมาส์ที่เน้นกลุ่มงานออฟฟิศและใช้งานทั่วไปในบ้าน จุดเด่นคือมีชุดคอมโบไร้สายให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ชุดเริ่มต้นสำหรับพนักงานทั้งแผนกไปจนถึงรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อโต๊ะทำงานที่ต้องการความเรียบร้อยไร้สายเกะกะ เหมาะกับการจัดซื้อทีละหลายชุดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์เก่าที่เริ่มรวน
- เลือกแบบมีสายหรือไร้สายตามลักษณะโต๊ะทำงาน: ถ้าเป็นเครื่องประจำโต๊ะที่ไม่ย้ายบ่อย คีย์บอร์ดมีสายอย่าง RAPOO XK100 ตอบโจทย์เรื่องความเสถียรและไม่ต้องดูแลถ่าน ส่วนงานที่ต้องการโต๊ะโล่งหรือต่อกับเครื่องที่อยู่ไกล ชุดไร้สายอย่าง X1800S หรือ X1800PRO จะสะดวกกว่า
- ซื้อเป็นชุดคอมโบช่วยลดปัญหาตัวรับสัญญาณ: ชุดเมาส์และคีย์บอร์ดอย่าง RAPOO 8000M, 9300M หรือ X130Pro ใช้ตัวรับสัญญาณร่วมกันชุดเดียว เสียบพอร์ต USB เดียวจบ ไม่ต้องเปลืองพอร์ตและไม่ต้องจับคู่อุปกรณ์แยกกัน
- งานที่ต้องสลับหลายอุปกรณ์ให้ดูรุ่นรองรับหลายการเชื่อมต่อ: บางรุ่นในตระกูล M เชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายผ่านตัวรับและบลูทูธ เหมาะกับคนที่ใช้ทั้งคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตสลับกัน ควรเช็กหน้าสเปคของรุ่นนั้นว่ารองรับโหมดใดบ้าง
- ใช้กับทีวีหรือมินิพีซีให้มองรุ่นมีทัชแพด: คีย์บอร์ดไร้สายพร้อม Touchpad อย่าง RAPOO K2800 รวมเมาส์ไว้ในตัว เหมาะกับห้องประชุม สื่อการสอน หรือคอมพิวเตอร์ที่ต่อจอทีวี เพราะควบคุมได้จากระยะไกลด้วยอุปกรณ์ชิ้นเดียว
- เช็กผังแป้นพิมพ์และปุ่มลัด: งานพิมพ์เอกสารภาษาไทยควรเลือกรุ่นที่สกรีนแป้นไทย-อังกฤษชัดเจน และถ้าต้องกรอกตัวเลขบ่อยให้เลือกคีย์บอร์ดขนาดเต็มที่มีแป้นตัวเลขแยก เช่น E1050 หรือรุ่นคอมโบขนาดมาตรฐาน
คำถามที่พบบ่อย
ชุดไร้สายใช้ถ่านแบบไหน เปลี่ยนบ่อยไหม? ชุดคอมโบไร้สายส่วนใหญ่ใช้ถ่านมาตรฐานที่หาซื้อง่าย และคีย์บอร์ดเมาส์สายออฟฟิศถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงาน ใช้งานทั่วไปได้นานหลายเดือนต่อการเปลี่ยนถ่านหนึ่งครั้ง ขึ้นกับความถี่การใช้งาน
ตัวรับสัญญาณหายหรือเสีย ใช้ของรุ่นอื่นแทนได้ไหม? โดยทั่วไปตัวรับสัญญาณถูกจับคู่กับอุปกรณ์จากโรงงาน ไม่สามารถสลับข้ามชุดได้เอง หากหายควรติดต่อผู้ขายหรือศูนย์บริการของแบรนด์เพื่อตรวจสอบแนวทางแก้ไขก่อนซื้อชุดใหม่