วิธีเลือกกุญแจให้เหมาะกับงาน
กุญแจสายยูเป็นอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยพื้นฐานที่ใช้ได้ตั้งแต่ล็อกประตูบ้าน ประตูรั้ว ตู้ล็อกเกอร์ ตู้เก็บเอกสาร ไปจนถึงโกดังและห้องเก็บของในสำนักงาน ผู้ซื้อมีทั้งใช้ตามบ้านและฝ่ายอาคารที่ต้องดูแลประตูหลายบานพร้อมกัน สินค้าในหมวดนี้มีทั้งกุญแจชุบนิเกิ้ลรุ่น No.3025, No.3030, No.3040 และชุดกุญแจมาสเตอร์คีย์ GEMINI No.2050 แบบ 3 ชุดและ 5 ชุด
- ขนาดตัวกุญแจตามจุดที่ล็อก: ตัวเล็กเหมาะกับตู้ล็อกเกอร์ ลิ้นชัก หรือกระเป๋าเดินทาง ตัวกลางเหมาะกับประตูบ้านและตู้เก็บของ ส่วนตัวใหญ่เหมาะกับประตูรั้วและโกดังที่ต้องการห่วงคล้องหนา ก่อนซื้อควรวัดรูคล้องของสายยูหรือกลอนว่าห่วงกุญแจสอดผ่านได้
- ระบบมาสเตอร์คีย์สำหรับหลายประตู: ชุดอย่าง GEMINI No.2050 ให้กุญแจหลายตัวที่แต่ละตัวมีลูกกุญแจของตัวเอง แต่มีลูกมาสเตอร์ไขได้ทุกตัวในชุด เหมาะกับหอพัก อาคารสำนักงาน หรือบ้านที่มีหลายประตู เพราะผู้ดูแลพกลูกเดียวเปิดได้ทุกจุด
- ผิวชุบกันสนิมกับตำแหน่งติดตั้ง: รุ่นชุบนิเกิ้ลช่วยชะลอสนิมได้ดีสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่จุดที่โดนฝนหรือใกล้ทะเลจะกัดกร่อนเร็วเป็นพิเศษ ควรเลือกตัวใหญ่เผื่อความทนทาน และหยอดน้ำมันหล่อลื่นรูกุญแจเป็นระยะ
- จำนวนลูกกุญแจต่อตัว: เช็คว่าแต่ละตัวแถมลูกกุญแจมากี่ดอก ถ้ามีผู้ใช้หลายคนต่อหนึ่งประตู ควรวางแผนสำรองลูกกุญแจตั้งแต่แรก เพราะการปั๊มลูกเพิ่มภายหลังอาจไขได้ไม่ลื่นเท่าลูกเดิม
- ความปลอดภัยต้องมองทั้งระบบ: กุญแจแข็งแรงแค่ไหนก็ป้องกันไม่ได้ถ้าสายยูหรือกลอนที่คล้องอ่อนแอ ควรเลือกกุญแจและสายยูให้แข็งแรงสมดุลกัน
คำถามที่พบบ่อย
กุญแจมาสเตอร์คีย์ปลอดภัยน้อยกว่ากุญแจธรรมดาไหม? ในการใช้งานทั่วไปไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ จุดที่ต้องระวังคือการเก็บลูกมาสเตอร์ให้ดี เพราะถ้าลูกมาสเตอร์หาย ทุกจุดในชุดจะเสี่ยงพร้อมกัน ควรจำกัดผู้ถือลูกมาสเตอร์ให้น้อยที่สุด
กุญแจไขฝืดหรือลูกกุญแจติด แก้อย่างไร? ส่วนใหญ่เกิดจากฝุ่นหรือสนิมในไส้กุญแจ ให้หยอดสเปรย์หล่อลื่นเข้ารูกุญแจแล้วไขเข้าออกหลายครั้ง หากยังฝืดมากหรือลูกกุญแจเริ่มบิดงอ ควรเปลี่ยนตัวใหม่ก่อนที่ลูกจะหักคารู