วิธีเลือกเครื่องตีราคาให้เหมาะกับงาน
เครื่องตีราคาหรือเครื่องยิงป้ายราคาเป็นอุปกรณ์คู่ร้านค้าปลีก มินิมาร์ท ร้านเครื่องเขียน และคลังสินค้า ใช้พิมพ์ราคาหรือรหัสลงบนสติกเกอร์แล้วแปะลงสินค้าได้ทันทีทีละชิ้นอย่างรวดเร็ว เหมาะกับร้านที่มีสินค้าหลากหลายรายการและต้องเปลี่ยนราคาอยู่เสมอ
- จำนวนหลักที่พิมพ์ได้: เกณฑ์แรกที่ต้องดูคือจำนวนหลักตัวเลข เช่น Motex No.MX-5500 พิมพ์ได้ 8 หลัก ซึ่งครอบคลุมทั้งราคาหลักพันและการใส่จุดทศนิยม ถ้าสินค้าของร้านราคาสูงหรือต้องพิมพ์รหัสยาว ให้เลือกรุ่นที่มีหลักเยอะพอตั้งแต่แรก เพราะเพิ่มทีหลังไม่ได้
- แถวเดียวหรือสองแถว: เครื่องแบบแถวเดียวพิมพ์ราคาอย่างเดียว ส่วนบางรุ่นอย่าง โมเท็ก No.MX-2316 ออกแบบมาให้พิมพ์ข้อมูลได้มากขึ้น เหมาะกับร้านที่ต้องการแสดงทั้งราคาและรหัสสินค้า หรือราคาเดิมคู่ราคาใหม่บนดวงเดียวกัน
- ตัวอักขระบนแป้นหมุน: นอกจากตัวเลข บางรุ่นมีสัญลักษณ์สกุลเงินและตัวอักษรให้เลือกใช้ ให้ลองนึกก่อนว่าป้ายของร้านต้องมีอะไรบ้าง เช่น เครื่องหมายบาท จุดทศนิยม หรือตัวอักษรกำกับรุ่นสินค้า แล้วเลือกรุ่นที่แป้นครอบคลุม
- สติกเกอร์และหมึกที่หาซื้อต่อได้ง่าย: เครื่องตีราคาเป็นอุปกรณ์ที่ตัวเครื่องอยู่ได้นาน แต่ต้องซื้อม้วนสติกเกอร์และลูกหมึกเติมตลอด ควรเลือกรุ่นยอดนิยมที่วัสดุสิ้นเปลืองหาง่าย อย่างตระกูล Motex หรือรุ่นมาตรฐานอย่าง LN5500 เพื่อไม่ให้เครื่องกลายเป็นของตั้งโชว์เพราะหาม้วนกระดาษไม่ได้
- ปริมาณการยิงต่อวัน: ร้านที่ติดป้ายวันละไม่กี่สิบชิ้นใช้รุ่นพื้นฐานได้สบาย แต่คลังสินค้าที่ยิงต่อเนื่องหลักพันดวงต่อวันควรเลือกเครื่องที่กลไกแน่นหนา และซื้อสำรองไว้มากกว่าหนึ่งเครื่องเพื่อสลับใช้
คำถามที่พบบ่อย
สติกเกอร์เครื่องตีราคาใช้ร่วมกันทุกรุ่นได้ไหม? ไม่เสมอไป ม้วนสติกเกอร์มีหลายขนาดตามหน้ากว้างของหัวพิมพ์แต่ละรุ่น ก่อนสั่งม้วนเติมให้เช็กรุ่นเครื่องหรือวัดขนาดดวงสติกเกอร์เดิมก่อนทุกครั้ง
ตัวเลขพิมพ์ไม่ชัดต้องทำอย่างไร? ส่วนใหญ่เกิดจากลูกหมึกแห้ง ซึ่งเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนตามรอบการใช้งาน ให้เปลี่ยนลูกหมึกใหม่ก่อน ถ้ายังไม่ชัดค่อยตรวจแป้นตัวเลขว่ามีเศษกาวหรือฝุ่นสะสมหรือไม่ แล้วทำความสะอาดเบาๆ