วิธีเลือกซอฟต์แวร์และไลเซนส์ให้เหมาะกับงาน
หมวดนี้รวมซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์แท้ โดยเฉพาะโปรแกรมป้องกันไวรัสและความปลอดภัยไซเบอร์ของ Kaspersky ทั้งรุ่นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและรุ่นสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เหมาะกับทั้งคนที่ต้องการปกป้องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวไปจนถึงออฟฟิศที่มีเครื่องหลายสิบเครื่องและเซิร์ฟเวอร์เก็บไฟล์
- จำนวนอุปกรณ์ที่ต้องคุ้มครอง: นับเครื่องทั้งหมดที่ใช้งานจริงก่อนเลือกแพ็กเกจ เช่น Kaspersky Plus และ Premium มีให้เลือกทั้งแบบ 1 เครื่องและ 3 เครื่อง ถ้าที่บ้านมีทั้งโน้ตบุ๊กและพีซี การซื้อแบบ 3 Device ทีเดียวมักจัดการง่ายกว่าซื้อแยกหลายไลเซนส์
- ใช้ส่วนตัวหรือใช้ในองค์กร: ถ้าเป็นธุรกิจที่มีเซิร์ฟเวอร์เก็บไฟล์กลาง ควรเลือกรุ่น Small Office Security ซึ่งมีแพ็กเกจแบบ 5 เครื่องบวกเซิร์ฟเวอร์ 1 ตัว หรือ 10 เครื่องบวกเซิร์ฟเวอร์ 1 ตัว เพราะออกแบบมาให้ดูแลจากจุดเดียวและคุ้มครองไฟล์เซิร์ฟเวอร์ด้วย ซึ่งรุ่นสำหรับผู้ใช้ตามบ้านทำไม่ได้
- ระดับฟีเจอร์ที่ต้องการ: รุ่น Plus เน้นการป้องกันไวรัส มัลแวร์ และความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ส่วนรุ่น Premium เพิ่มเครื่องมือด้านความเป็นส่วนตัวและการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลที่ครบกว่า ถ้าใช้อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งหรือซื้อของออนไลน์บ่อย ควรพิจารณาจากพฤติกรรมใช้งานจริง
- ไลเซนส์ใหม่หรือต่ออายุ (Renewal): ถ้าเครื่องมี Kaspersky อยู่แล้วและใกล้หมดอายุ ให้เลือกรหัสแบบ Renewal เช่น KPL03D1YR เพื่อต่ออายุจากของเดิม แต่ถ้าติดตั้งครั้งแรกให้เลือกไลเซนส์ปกติอย่าง KPL03D1Y เพื่อให้เปิดใช้งานได้ถูกต้อง
- ระบบปฏิบัติการที่รองรับ: ตรวจสอบว่าเครื่องที่จะติดตั้งเป็น Windows, macOS หรืออุปกรณ์มือถือ และเวอร์ชันระบบปฏิบัติการยังอยู่ในรายการที่ซอฟต์แวร์รองรับ ก่อนกดสั่งซื้อทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ไลเซนส์แบบ 3 Device ติดตั้งคนละเครื่องคนละบ้านได้ไหม? ได้ ไลเซนส์นับตามจำนวนอุปกรณ์ที่เปิดใช้งาน ไม่ได้ผูกกับสถานที่ ขอเพียงจำนวนเครื่องรวมไม่เกินสิทธิ์ที่ซื้อ
ซื้อแบบ Renewal แต่เครื่องไม่เคยติดตั้งมาก่อน ใช้ได้หรือไม่? ไม่แนะนำ เพราะรหัสต่ออายุออกแบบมาให้ใช้กับไลเซนส์เดิมที่มีอยู่ หากเป็นการติดตั้งครั้งแรกควรซื้อไลเซนส์ใหม่ให้ตรงประเภทเพื่อไม่ให้มีปัญหาตอนเปิดใช้งาน