การเลือกจอมอนิเตอร์สำหรับงานกราฟิกรุ่นเด่นรุ่นดัง

จอมอนิเตอร์

จอมอนิเตอร์ สำหรับงานกราฟิกรุ่นเด่นรุ่นดัง ในปัจจุบันอุปกรณ์ในการทำงานส่วนใหญ่ในออฟฟิศหรือสำนักงานอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำงานคงหนีไม่พ้น คอมพิวเตอร์ ซึ่งคอมพิวเตอร์จะมีสเปกในการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยสเปกคอมพิวเตอร์นั้นมีผลต่อการใช้งานมาก โดยเฉพาะในสายงานกราฟิกการเลือกจอมอนิเตอร์ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำงาน เพราะต้องเลือกจอมอนิเตอร์ที่เหมาะกับงานกราฟิก จอมอนิเตอร์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของสายงานนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับกราฟิกดีไซน์คนไหนที่กำลังวางแผนจะซื้อจอมอนิเตอร์แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อรุ่นไหนดี วันนี้ IamOffice มีเทคนิคดี ๆ ในการเลือกซื้อจอมอนิเตอร์สำหรับสายงานกราฟิกมาฝากกัน

สารบัญ

การเลือกจอมอนิเตอร์ให้เหมาะกับการทำงาน

จอมอนิเตอร์ VA

ในการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์นั้นควรเลือกจอมอนิเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งาน โดยก่อนอื่นเราควรรู้ว่าเราจะใช้งานสำหรับการทำงานอะไร เพราะว่าจอมอนิเตอร์นั้นแบ่งออกมาได้หลายประเภทเพื่อให้ตอบโจทย์ในการใช้งาน ไม่ว่าจะจอมอนิเตอร์สำหรับเล่นเกม หรือจอมอนิเตอร์สำหรับงานกราฟิก

1.จอมอนิเตอร์ สำหรับเล่นเกม

จอมอนิเตอร์เกมมิ่ง

สำหรับการทำงานทั่วไปแล้วจอมอนิเตอร์ส่วนใหญ่จะมีขนาดอยู่ที่ 23 นิ้ว แต่ถ้าสำหรับจอมอนิเตอร์เล่นเกมโดยเฉพาะแล้วอาจจะต้องมีขนาด 27 นิ้ว ความละเอียดของจอมอนิเตอร์สำหรับเล่นเกมควรมีความละเอียดอยู่ที่ 2K – 4K ส่วนพาเนลมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท โดยแต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

    • ประเภท TN มีมุมมองของภาพที่ไม่ค่อยกว้าง
    • ประเภท IPS มีมุมมองปานกลาง สีปานกลาง
    • ประเภท VA มีมุมมองที่กว้าง เม็ดสีใช้งานได้ดี

สำหรับจอมอนิเตอร์เกมมิ่งควรดูค่ารีเฟรชเรทด้วย รีเฟรชเรท คือ ค่าที่ทำให้หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงผลภาพที่ลื่นไหล โดยแสดงผ่านทางหน้าจอใน 1 วินาทีได้หลายเฟรม ถ้าสำหรับเล่นเกมควรมีค่า 240 Hz รวมถึงเทคโนโลยี AMD FreeSync Premium ซึ่งจะทำให้สามารถเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

2.จอมอนิเตอร์ สำหรับงานกราฟิก หรืองานตัดต่อ

จอมอนิเตอร์กราฟิก

ในส่วนของจอมอนิเตอร์สำหรับงานกราฟฟิกควรดูหลาย ๆ อย่าง ยิ่งหน้าจอมอนิเตอร์เป็นส่วนสำคัญในการทำงานควรเลือกหน้าจอที่มีขนาด 30 นิ้วขึ้นไป เพื่อจะได้สามารถดูรายละเอียดต่าง ๆ ของงานได้ ความละเอียดของจอมอนิเตอร์ควรมีความละเอียดเริ่มต้นที่ Full HD คือความละเอียดของจอภาพ 1920 x 1080 ไปจนถึง 4K หรือ UHD คือความละเอียดของจอภาพ 4096 x 2160 ที่สำคัญควรตรวจสอบค่าสีว่ามีความแม่นยำแค่ไหน โดยต้องเป็นค่าสีที่ได้มาตรฐานระดับสากล

ข้อดีของการเลือกจอมอนิเตอร์ให้เหมาะกับงาน

จอมอนิเตอร์ทำงาน

ในการทำงานนั้นถ้าหากมีจอมอนิเตอร์ที่เหมาะกับงานจะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นหากจะเลือกจอสำหรับงานกราฟฟิกควรดูค่ามาตรฐานของสีเพื่อความแม่นยำของสีที่แสดงผลออกมา แต่ถ้าสำหรับเล่นเกมควรดูค่าของรีเฟรชเรท เพราะเป็นส่วนที่ทำให้สามารถเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ถ้าหากเลือกจอมอนิเตอร์ที่ไม่เหมาะกับการใช้งานก็ส่งผลในการทำงานเหมือนกัน การเลือกจอมอนิเตอร์ทั่วไปที่ค่าสีไม่ได้มาตรฐานจะทำให้สีที่แสดงผลออกมาไม่ตรง ถ้าเลือกจอมอนิเตอร์ที่ไม่เหมาะกับการเล่นเกมเวลาเล่นอาจจะทำให้เกมไม่ลื่นไหล

 

line

facebook

 

 

 

เทคนิคการเลือกจอมอนิเตอร์สำหรับสายงานกราฟิก

จอมอนิเตอร์ 4k

1.การเลือกพาเบลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

การเลือกจอมอนิเตอร์พื้นฐาน คือ การเลือกประเภทพาเนลของจอมอนิเตอร์ โดยมีให้เลือกอยู่ 3 ประเภท คือ TN, VA และ IPS

    • พาเนลประเภท TN หรือ Twisted Nematic โดยจุดเด่นของพาเนลนี้คือเรื่องของความเร็วในการตอบสนอง และราคาที่ถูกที่สุด เหมาะกับสายเกมเมอร์ แต่มีข้อเสียคือเรื่องสีและมุมมองการรับชมที่อาจจะด้อยกว่าตัวพาเนลอื่น
    • พาเนลประเภท VA หรือ Vertical Alignment พาเนลประเภทนี้มีจุดเด่นที่เรื่องค่าความเปรียบเทียบของสี สีดำที่ค่อนข้างดำสนิทกว่าพาเนลอื่น และสามารถทำพาเนลบนจอโค้งได้
    • พาเนลประเภท IPS หรือ In Plane Switching ถือว่าเป็นพาเนลที่นิยมใช้ในงานกราฟิกเพราะมีค่าสีที่กว้างและครอบคลุมกว่าทุก ๆ พาเนล และให้มุมมองการรับชมที่กว้าง

2.ความละเอียดที่ดีกับขนาดที่ใช่

โดยสัดส่วนที่นิยม คือ 16:9 ความละเอียดของจอมอนิเตอร์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดมีอยู่ด้วยกัน 3 ตัวด้วยกัน

    • 1920 × 1080 หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันในชื่อของความละเอียดระดับ Full-HD เป็นความละเอียดมาตรฐานที่เหมาะกับการใช้งานทุกประเภท ถือเป็นค่าขั้นต่ำ เหมาะกับหน้าจอขนาด 21 – 24 นิ้ว
    • 2560 × 144 หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า 2K จะมีความละเอียดมากกว่า Full-HD ทำให้การทำงานด้านกราฟิกมีพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม เหมาะกับขนาดจอประมาณ 27 นิ้ว
    • 3840 × 2160 หรือความละเอียดระดับ 4K มีความละเอียดมากกว่า Full-HD ถึง 4 เท่า และได้พื้นที่ในการทำงานมากขึ้น เหมาะกับการทำงานกราฟิกมากที่สุด เหมาะสำหรับขนาดจอ 27 นิ้วขึ้นไป

3.อย่างลืมขอบเขตของสีก็จำเป็น

ถือเป็นส่วนที่ดูยากมาก ๆ จึงมีหลายคนมองข้ามในส่วนนี้ไป แต่สำหรับสายงานกราฟิกถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและควรดูทุกครั้งในการเลือกจอมอนิเตอร์สำหรับสายงานกราฟิก

    • sRGB เป็นค่าขอบเขตสีที่นิยมที่สุดในโลก ค่าสีนี้เกิดจากการพัฒนาร่วมกันของ Microsoft และส่วนใหญ่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ดิจิทัลโดยจะมีการคิดค่าออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น 99% sRGB แปลว่าจอนั้นสามารถแสดงค่าสี sRGB ได้เกือบทั้งหมด
    • DCI-P3 หรือ P3 เป็นมาตรฐานสีของการผลิตภาพยนตร์ดิจิทัลในอุตสาหกรรมของอเมริกา จุดเด่นคือมีความกว้างของสีมากกว่า sRGB เล็กน้อย โดยเรามักจะเห็นค่าสีออกมาเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน เช่น 95% P3 หรือเรียกจอแบบ P3 ไปเลยใน MacBook Pro รุ่นใหม่
    • Adobe RGB (1998) เป็นมาตรฐานสีที่ทาง Adobe คิดค้นขึ้นมาเพื่อเน้นใช้ในงานสิ่งพิมพ์เพราะมาตรฐานอื่นอาจยังมีสีที่ครอบคลุมไม่เพียงพอเมื่อต้องใช้ในการพิมพ์ ถือเป็นมาตรฐานที่มักจะมากับจอมอนิเตอร์ที่มีราคาค่อนข้างสูงเท่านั้น
    • NTSC หรือมาตรฐานสีโดย The National Television System Committee โดยมีสเปกที่สูงมาก ๆ ทำให้จอมอนิเตอร์จะมีการคิดค่าเปอร์เซ็นต์ของ NTSC ออกมาไม่เยอะ ตัวอย่างก็คือ 72% NTSC ซึ่งจะมีค่าสีใกล้เคียงกับ 100% sRGB นั่นเอง

สรุป

ในการเลือกจอมอนิเตอร์สำหรับสายงานกราฟิกนั้นถือว่าสำคัญมาก ๆ และมีรายละเอียดที่มากกว่าจอมอนิเตอร์อื่น ๆ เพราะการทำงานกราฟิกจะต้องคำนึงถึงค่าสีและความละเอียดต่าง ๆ การเลือกจอมอนิเตอร์ที่เหมาะสำหรับสายงานกราฟิกถือเป็นหัวใจหลักของสายงานนี้เลยก็ว่าได้ ถ้าเลือกจอมอนิเตอร์ที่ไม่เหมาะกับการใช้งานอาจจะทำให้เกิดปัญหาเวลาทำงานได้ โดยส่วนใหญ่กราฟิกจะใช้จอมอนิเตอร์ที่มีขนาดมากกว่า 30 นิ้ว เพราะจะช่วยให้สามารถเห็นรายละเอียดของงานได้ง่าย ที่สำคัญค่าสีคือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับงานกราฟิกควรเลือกจอมอนิเตอร์ที่มีค่าสีที่ได้มาตรฐานระดับสากลเพื่อไม่ให้สีเพี้ยนเมื่อพิมพ์งานหรือนำเสนองานในรูปแบบต่าง ๆ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โทร : 02-9220291

Line : @iamoffice

Facebook : @iamofficeshop

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

iamofficeshop.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน