วิธีเลือกเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท HP ให้เหมาะกับงาน
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท HP ครอบคลุมตั้งแต่เครื่อง All-in-One สำหรับตั้งประจำโต๊ะ ไปจนถึงเครื่องพิมพ์พกพาสำหรับคนทำงานนอกสถานที่ จุดแข็งของอิงค์เจ็ทคือพิมพ์สีและภาพถ่ายได้สวยในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด เหมาะกับผู้ใช้งานเดี่ยว ทีมเล็ก หรือผู้ที่พิมพ์เอกสารปริมาณไม่มากแต่ต้องการงานสี
- ตั้งโต๊ะหรือพกพา: ถ้าทำงานประจำที่ รุ่น All-in-One อย่าง HP DeskJet Ink Advantage 2337 หรือ HP Advantage 2875 ตอบโจทย์ครบทั้งพิมพ์ ถ่ายเอกสาร และสแกน แต่ถ้าต้องออกพบลูกค้าหรือทำงานภาคสนาม รุ่นพกพาอย่าง HP OfficeJet 200 และ OfficeJet 250 Mobile ออกแบบมาให้พกในกระเป๋าและพิมพ์ได้ทุกที่ โดย OfficeJet 250 เพิ่มความสามารถสแกนและถ่ายเอกสารในตัว
- ฟังก์ชันที่ใช้จริง: ถ้าแค่พิมพ์อย่างเดียว เครื่อง Single Function ก็พอ แต่งานออฟฟิศส่วนใหญ่มักต้องสแกนเอกสารส่งอีเมลหรือถ่ายสำเนาเป็นครั้งคราว รุ่น All-in-One จึงคุ้มกว่าในระยะยาวโดยไม่ต้องซื้อเครื่องสแกนแยก
- การเชื่อมต่อไร้สาย: รุ่นที่รองรับ Wi-Fi สั่งพิมพ์จากมือถือและแท็บเล็ตได้สะดวก เหมาะกับทีมที่ใช้อุปกรณ์หลากหลาย ส่วนรุ่นพกพารองรับการเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊กโดยตรงเพื่อพิมพ์ระหว่างเดินทางโดยไม่ต้องพึ่งเครือข่ายสำนักงาน
- ค่าหมึกต่อแผ่นตามปริมาณพิมพ์: ซีรีส์ Ink Advantage ออกแบบมาให้ใช้ตลับหมึกที่คุมต้นทุนต่อแผ่นได้ดีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ก่อนเลือกรุ่นควรดูรหัสตลับหมึกที่ใช้และปริมาณหน้าที่พิมพ์ได้ต่อตลับ เพราะค่าใช้จ่ายระยะยาวอยู่ที่หมึกมากกว่าตัวเครื่อง
- ความถี่ในการใช้งาน: อิงค์เจ็ทเหมาะกับการพิมพ์สม่ำเสมอ ถ้าทิ้งเครื่องไว้นานหลายสัปดาห์โดยไม่พิมพ์เลย หัวพิมพ์อาจตันและต้องล้างหัวพิมพ์ซึ่งเปลืองหมึก หากรูปแบบงานเป็นแบบนาน ๆ พิมพ์ที ควรชั่งใจกับเครื่องเลเซอร์แทน
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องพิมพ์พกพาใช้แบตเตอรี่ได้ไหม? รุ่นพกพาในตระกูล OfficeJet Mobile ออกแบบมาสำหรับใช้งานนอกสถานที่ รองรับการทำงานด้วยแบตเตอรี่ตามสเปคของแต่ละรุ่น เหมาะกับงานขายหน้างานหรือการออกเอกสารถึงมือลูกค้าทันที ควรตรวจรายละเอียดแบตเตอรี่จากหน้าสินค้ารุ่นที่สนใจ
พิมพ์น้อยมากควรซื้ออิงค์เจ็ทไหม? ถ้าพิมพ์เดือนละไม่กี่แผ่นและเว้นช่วงนาน อิงค์เจ็ทเสี่ยงหมึกแห้งหัวตัน ทางเลือกคือพิมพ์อะไรก็ได้สัปดาห์ละครั้งเพื่อรักษาหัวพิมพ์ หรือพิจารณาเครื่องเลเซอร์ขาวดำที่ทิ้งไว้นานแค่ไหนก็พร้อมใช้