วิธีเลือกกระดาษความร้อนให้เหมาะกับงาน
กระดาษความร้อนและวัสดุสิ้นเปลืองสำหรับเครื่องพิมพ์ฉลากเป็นของที่ร้านค้า คลังสินค้า และฝ่ายจัดส่งต้องใช้ทุกวัน ทั้งพิมพ์ฉลากที่อยู่จัดส่ง ฉลากบาร์โค้ด และป้ายราคาสินค้า หมวดนี้ครอบคลุมสติ๊กเกอร์ความร้อน ริบบ้อนสำหรับเครื่องพิมพ์บาร์โค้ด และอุปกรณ์วางม้วนกระดาษ จุดสำคัญที่สุดคือความเข้ากันได้กับเครื่องพิมพ์ที่ใช้อยู่
- ระบบพิมพ์ของเครื่องที่ใช้: เครื่องพิมพ์ฉลากมีสองระบบหลัก คือระบบความร้อนโดยตรงที่ใช้สติ๊กเกอร์ความร้อนโดยไม่ต้องใช้หมึก และระบบถ่ายโอนความร้อนที่ต้องใช้ริบบ้อนคู่กับสติ๊กเกอร์ เช่น ริบบ้อนขนาด 110x300 มม. รุ่น DLI-81522 และ DLI-81502 ตรวจสอบระบบเครื่องก่อนสั่งเสมอ เพราะใช้สลับกันไม่ได้
- ขนาดฉลากที่ต้องพิมพ์: สติ๊กเกอร์ความร้อนอย่าง DELI รุ่น DLI-11871 ขนาด 70x50 มม. เหมาะกับฉลากบาร์โค้ดและป้ายสินค้าทั่วไป เลือกขนาดให้พอดีกับข้อมูลที่จะพิมพ์และความกว้างหัวพิมพ์ของเครื่อง หากฉลากกว้างเกินหัวพิมพ์เครื่องจะพิมพ์ไม่เต็มแผ่น
- จำนวนต่อม้วนกับปริมาณใช้จริง: ม้วนละ 500 แผ่นเหมาะกับการใช้งานประจำวันทั่วไป ถ้ายอดพิมพ์ต่อวันสูงควรสำรองหลายม้วนเพื่อไม่ให้งานจัดส่งสะดุดกลางคัน แต่ไม่ควรตุนมากเกินไปเพราะกระดาษความร้อนเสื่อมสภาพตามเวลา
- อุปกรณ์จับยึดม้วน: ถ้าม้วนสติ๊กเกอร์ใหญ่กว่าช่องใส่ในตัวเครื่อง ควรใช้กล่องวางกระดาษแบบม้วนภายนอก เช่น ขนาด 142x230x150 มม. เพื่อให้ม้วนคลี่ตัวสม่ำเสมอ ลดปัญหาฉลากเบี้ยวและเครื่องดึงกระดาษติดขัด
- การจัดเก็บ: กระดาษความร้อนไวต่อความร้อนและแสงแดด ควรเก็บในที่แห้ง เย็น และพ้นแสงโดยตรง มิฉะนั้นเนื้อกระดาษจะดำหรือซีดก่อนใช้งาน และงานพิมพ์บนฉลากจะจางเร็วกว่าปกติ
คำถามที่พบบ่อย
สติ๊กเกอร์ความร้อนต้องใช้หมึกไหม? ไม่ต้อง ถ้าใช้กับเครื่องระบบความร้อนโดยตรง ตัวกระดาษจะเปลี่ยนสีเมื่อโดนความร้อนจากหัวพิมพ์เอง แต่ถ้าเครื่องเป็นระบบถ่ายโอนความร้อนต้องใส่ริบบ้อนคู่กันจึงจะพิมพ์ติด
ฉลากที่พิมพ์จากกระดาษความร้อนอยู่ได้นานแค่ไหน? งานพิมพ์จากระบบความร้อนโดยตรงจะจางลงตามเวลาโดยเฉพาะเมื่อโดนแดดหรือความร้อน เหมาะกับฉลากใช้ระยะสั้นอย่างที่อยู่จัดส่ง ถ้าต้องการฉลากติดทนนานควรใช้ระบบริบบ้อนแทน