วิธีเลือกปากกาให้เหมาะกับงาน
ปากกาเป็นเครื่องเขียนพื้นฐานที่ทุกออฟฟิศ โรงเรียน และร้านค้าต้องใช้ทุกวัน ตั้งแต่จดบันทึก เซ็นเอกสาร ไปจนถึงเขียนป้ายหรือทำเครื่องหมายบนกล่องพัสดุ แต่ปากกาแต่ละประเภทให้เส้นและสัมผัสการเขียนต่างกันมาก การเลือกให้ตรงกับลักษณะงานจะช่วยให้เขียนสบายขึ้นและลดของเสียจากการซื้อผิดประเภท
- ประเภทหมึก: ปากกาเจลอย่าง จีซอฟท์ FIZZ HI GRIP หรือ ซุปเปอร์แพนด้า มินิเจล ให้เส้นคมชัด สีสด เขียนลื่น เหมาะกับงานจดบันทึกและเซ็นเอกสาร ส่วนปากกาเมจิกอย่าง ไพล็อต No.SDR-200 หัวใหญ่กว่า สีเข้ม เหมาะกับการเขียนป้าย ทำเครื่องหมาย หรือระบายพื้นที่เล็กๆ ไม่เหมาะกับการจดข้อความยาว
- ขนาดหัวปากกา: หัว 0.38 มม. อย่างรุ่น FIZZ HI GRIP ให้เส้นเล็กละเอียด เหมาะกับคนลายมือเล็กหรือต้องจดในช่องแคบๆ ของแบบฟอร์ม ส่วนหัว 0.5 มม. อย่าง มินิเจล เขียนลื่นกว่าเล็กน้อยและอ่านง่ายในระยะไกล เหมาะกับงานทั่วไป
- สีหมึกกับการใช้งาน: สีน้ำเงินเป็นมาตรฐานสำหรับเซ็นเอกสารและกรอกแบบฟอร์ม เพราะแยกต้นฉบับออกจากสำเนาได้ชัด สีแดงใช้ตรวจงานหรือเน้นจุดสำคัญ ส่วนปากกาเมจิกที่มีให้เลือกหลายเฉด เช่น ม่วง ชมพู น้ำตาล เหมาะกับงานแยกหมวดหมู่เอกสารหรือทำโปสเตอร์
- ด้ามจับและน้ำหนักมือ: ถ้าต้องเขียนต่อเนื่องนานๆ ควรเลือกรุ่นที่มียางจับหรือด้ามออกแบบมากันลื่น อย่างรุ่น HI GRIP ที่เน้นการจับถนัดมือ ช่วยลดอาการเมื่อยนิ้วเมื่อจดเอกสารปริมาณมาก
- ปริมาณการสั่งซื้อ: สำนักงานที่เบิกใช้ประจำควรสั่งเป็นกล่องหรือโหลในสีหลักอย่างน้ำเงินและแดง เพราะเป็นสีที่หมดเร็วที่สุด แล้วค่อยเสริมสีพิเศษตามงานเฉพาะกิจ
คำถามที่พบบ่อย
ปากกาเจลกับปากกาลูกลื่นต่างกันอย่างไร? ปากกาเจลใช้หมึกเนื้อเจลที่ให้สีเข้มคมชัดและเขียนลื่นกว่า แต่หมึกแห้งช้ากว่าเล็กน้อย ส่วนลูกลื่นหมึกแห้งไว เขียนบนกระดาษบางได้โดยไม่ซึม ถ้าเน้นลายเส้นสวยเลือกเจล ถ้าเน้นความไวและทนเลือกลูกลื่น
ปากกาเมจิกเขียนบนวัสดุอื่นนอกจากกระดาษได้ไหม? ปากกาเมจิกทั่วไปอย่าง ไพล็อต SDR-200 เหมาะกับกระดาษเป็นหลัก ถ้าต้องเขียนบนพลาสติก แผ่นซีดี หรือผิวมัน ควรใช้ปากกาหมึกถาวรที่ออกแบบมาเฉพาะจะติดทนกว่าและไม่เลอะง่าย