วิธีเลือกแฟ้มและอุปกรณ์จัดเก็บเอกสารให้เหมาะกับงาน
แฟ้มและอุปกรณ์จัดเก็บเอกสารเป็นของใช้พื้นฐานของทุกออฟฟิศ ตั้งแต่ฝ่ายบัญชีที่ต้องเก็บใบกำกับภาษีเป็นปีๆ ฝ่ายบุคคลที่เก็บแฟ้มประวัติพนักงาน ไปจนถึงร้านค้าที่ต้องแยกเอกสารซื้อขายรายเดือน หมวดนี้มีให้เลือกกว่าสองร้อยรายการ ทั้งแฟ้มห่วง แฟ้มเจาะรู ซองเอกสาร และอุปกรณ์เสริมอย่างหมุดตัวแบ่งแฟ้ม
- ขนาดกระดาษที่ใช้จริง: เอกสารทั่วไปในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็น A4 แต่เอกสารบัญชีและสัญญาบางประเภทยังใช้ F4 ซึ่งยาวกว่า ถ้าเก็บปนกันควรเลือกแฟ้มขนาด F4 เพราะใส่ A4 ได้ด้วย เช่น ซองเอกสารตราขวานมีทั้งรุ่น A4 และ F4 ให้เลือกตามงาน
- ชนิดของแฟ้มตามรอบการหยิบใช้: เอกสารที่เปิดดูบ่อยเหมาะกับแฟ้ม 3 ห่วงหรือแฟ้ม 2 ห่วงที่เปิดเข้าออกง่าย ส่วนเอกสารที่เก็บถาวรแล้วนานๆ หยิบทีเหมาะกับแฟ้มเจาะสันหนาที่วางเรียงบนชั้นแล้วอ่านสันได้ชัด
- ความจุและขนาดสันแฟ้ม: ประเมินความหนาของเอกสารต่อแฟ้มก่อนซื้อ ถ้าใช้หมุดตัวแบ่งแฟ้ม SDI ก็มีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 3/4 นิ้วไปจนถึง 3 นิ้ว เลือกให้พอดีกับปึกเอกสาร เพราะหมุดที่ยาวเกินไปจะทำให้เอกสารหลวมและเลื่อนไปมา
- จำนวนรูของซองและไส้แฟ้ม: ซองเอกสารแบบ 11 รูใช้ได้กับแฟ้มห่วงหลายมาตรฐานทั้ง 2 ห่วง 3 ห่วง และ 4 ห่วง ถ้าออฟฟิศมีแฟ้มหลายแบบปนกัน การเลือกซองแบบ 11 รูจะย้ายเอกสารข้ามแฟ้มได้โดยไม่ต้องเจาะใหม่
- ความทนทานของวัสดุ: เอกสารที่ต้องเก็บหลายปี เช่น เอกสารภาษี ควรเลือกแฟ้มจากแบรนด์ที่ผลิตมานานอย่างตราช้าง ตราม้า ORCA หรือตรากวาง และเลือกวัสดุที่ทนความชื้น เพื่อไม่ให้ปกล่อนหรือห่วงเป็นสนิมก่อนหมดอายุการเก็บ
คำถามที่พบบ่อย
แฟ้ม A4 กับ F4 ต่างกันอย่างไร ควรซื้อแบบไหน? F4 ยาวกว่า A4 ราว 5-6 เซนติเมตร ถ้าเอกสารในองค์กรมีทั้งสองขนาดปนกัน แนะนำซื้อแฟ้ม F4 เป็นหลักเพราะรองรับได้ทั้งคู่ แต่ถ้าใช้ A4 ล้วนก็เลือก A4 เพื่อประหยัดพื้นที่ชั้นวาง
หมุดตัวแบ่งแฟ้มใช้ทำอะไร? ใช้ร้อยยึดปึกเอกสารในแฟ้มเจาะให้แน่นเป็นชุดๆ และช่วยแบ่งเอกสารเป็นตอนๆ ในแฟ้มเดียวกัน เลือกความยาวหมุดตามความหนาของเอกสารจริง เช่น เอกสารบางใช้ 3/4 หรือ 1 นิ้ว เอกสารทั้งปีใช้ 2-3 นิ้ว