
วิธีเลือกเครื่องดูดฝุ่นสำหรับสำนักงาน
การรักษาความสะอาดภายในสำนักงานเป็นมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เนื่องจากช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ ส่งผลให้พนักงานทำงานได้เต็มที่ มีสุขอนามัยที่ดีในทุกวัน ดังนั้น “เครื่องดูดฝุ่น” จึงเป็นตัวช่วยทำความสะอาดที่ควรมีติดทุกสำนักงาน และบ้านเรือน
การรักษาความสะอาดภายในสำนักงานเป็นมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เนื่องจากช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ ส่งผลให้พนักงานทำงานได้เต็มที่ มีสุขอนามัยที่ดีในทุกวัน ดังนั้น “เครื่องดูดฝุ่น” จึงเป็นตัวช่วยทำความสะอาดที่ควรมีติดทุกสำนักงาน และบ้านเรือน
บทความนี้ I AM Office Shop จะพาคุณไปรู้จักหลักการเลือกเครื่องดูดฝุ่นสำหรับสำนักงาน พร้อมแนะนำรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานแต่ละประเภท
ความสำคัญของเครื่องดูดฝุ่น?
สำนักงานเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นจากรองเท้า เส้นผม เศษกระดาษ ฝุ่นจากเครื่องปรับอากาศ หรือไรฝุ่นที่สะสมอยู่บนโซฟาและห้องประชุม หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง อาจส่งผลต่อสุขภาพของพนักงานและภาพลักษณ์ขององค์กร
การใช้เครื่องดูดฝุ่น:
ทำความสะอาดได้รวดเร็วกว่าการใช้ไม้กวาด
ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น
กำจัดฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ได้ดีกว่า
เข้าถึงซอกมุมได้ง่าย
ช่วยยืดอายุการใช้งานของพื้น พรม และเฟอร์นิเจอร์
วิธีเลือกเครื่องดูดฝุ่นสำหรับสำนักงาน
1. เลือกตามลักษณะพื้นที่ใช้งาน
ก่อนเลือกซื้อควรสำรวจพื้นที่สำนักงานว่า เป็นพื้นประเภทใด?
พื้นกระเบื้อง
พื้นไม้
พื้นลามิเนต
พรม
ห้องประชุม
โซฟารับรองลูกค้า
กรณีสำนักงานมีหลายพื้นที่ การเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถเปลี่ยนหัวแปรงได้ จะช่วยให้ใช้งานได้ครอบคลุมมากกว่า
2. เลือกจากกำลังดูด
กำลังดูดถือเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องดูดฝุ่น เพราะเครื่องที่มีกำลังดูดสูงช่วยกำจัดฝุ่น เศษผง และเส้นผมได้รวดเร็ว รวมถึงสามารถทำความสะอาดพรมหรือซอกมุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับสำนักงานทั่วไป ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังดูดไม่น้อยกว่า 10–12 kPa หรือรุ่นที่ระบุแรงดูดประมาณ 13,000 Pa เพื่อรองรับการใช้งานประจำวัน
3. เลือกระบบกรองฝุ่น
เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบกรองคุณภาพ เช่น HEPA Filter สามารถดักจับฝุ่นขนาดเล็กและสารก่อภูมิแพ้ได้ดี ช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นกลับสู่อากาศ เหมาะสำหรับสำนักงานที่มีพนักงานจำนวนมาก หรือผู้ที่เป็นภูมิแพ้
4. เลือกตามประเภทการใช้งาน
เครื่องดูดฝุ่นในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ เช่น
เครื่องดูดฝุ่นด้ามจับ
เครื่องดูดไรฝุ่น
เครื่องดูดฝุ่นแบบดูดและถูพื้น
เครื่องดูดฝุ่นแบบพกพา
การเลือกให้ตรงกับการใช้งาน จะช่วยทำความสะอาดได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น
บางคนอาจคิดว่า เครื่องดูดไรฝุ่นต้องคู่กับบ้านเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วสำนักงานจำนวนมากมีโซฟา ห้องรับรอง ห้องประชุม หรือห้องพักพนักงาน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่นและแบคทีเรีย ดังนั้น เรามาดูกันว่า มีเครื่องดูดฝุ่นประเภทใด และรุ่นใดได้รับความนิยม มีคุณภาพสูง เพื่อนำมาใช้งานได้อย่างคุ้มค่าบ้าง!
Deerma Dust Mite Vacuum Cleaner EX919
สำนักงานที่ต้องการดูแลความสะอาดของโซฟา เบาะ หรือหมอน Deerma EX919 เป็นเครื่องดูดไรฝุ่นที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดไรฝุ่นโดยเฉพาะ
จุดเด่น ได้แก่
มอเตอร์ทองแดง DC กำลัง 450W
พลังดูดสูงถึง 13,000 Pa
การสั่นสะเทือน 8,000 ครั้งต่อนาที
คลื่นความร้อนประมาณ 50°C ช่วยให้ฝุ่นและไรฝุ่นหลุดออกจากพื้นผิวได้ง่ายขึ้น
แผ่นกรอง HEPA แบบ 2 ชั้น
ช่วยกำจัดไรฝุ่นได้สูงสุด 99.9%
คลิกสั่งซื้อ>> Deerma EX919 https://iamofficeshop.com/product/deerma-dust-mite-vacuum-cleaner-ex919-iam-18586
Deerma Dust Mites Vacuum Cleaner CM800
Deerma CM800 มาพร้อมระบบกำจัดไรฝุ่นด้วย แสง UV ช่วยลดการสะสมของไรฝุ่นและแบคทีเรียบนพื้นผิวผ้า สำหรับสำนักงาน คลินิก ห้องประชุม และพื้นที่ที่มีการใช้งานเบาะผ้าหรือโซฟาเป็นประจำ
จุดเด่น
กำลังไฟ 450W
พลังดูด 13,000 Pa
การสั่นสะเทือน 8,000 ครั้งต่อนาที
ระบบฆ่าเชื้อด้วย UV
ช่วยกำจัดไรฝุ่นได้สูงถึง 99.9%
น้ำหนักเบาเพียง 1.4 กิโลกรัม
คลิกสั่งซื้อ>> Deerma CM800 https://iamofficeshop.com/product/deerma-dust-mites-vacuum-cleaner-cm800
Deerma Vacuum Cleaner DX888
Deerma DX888 เครื่องดูดฝุ่นแบบ 3-in-1 สามารถเปลี่ยนหัวแปรงได้หลายรูปแบบ รองรับทั้งพื้นเรียบ พรม และซอกมุม สำหรับสำนักงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ต้องการทำความสะอาดทุกวัน
จุดเด่น
แรงดูดไม่น้อยกว่า 12 kPa
ระบบกรอง 3 ชั้น
หัวแปรง 3 รูปแบบ
หัวแปรงหลักหมุนได้ถึง 150 องศา
หัวดูดปากแบนสำหรับซอกมุม
หัวแปรงขนสำหรับเฟอร์นิเจอร์
ถังเก็บฝุ่นความจุ 0.45 ลิตร
คลิกสั่งซื้อ>> Deerma DX888 https://iamofficeshop.com/product/deerma-vacuum-cleaner-dx888-iam-18742
Deerma Dry and Wet Vacuum Cleaner VX20
Deerma VX20 เครื่องดูดฝุ่นที่สามารถ ดูดฝุ่น ถูพื้น และล้างพื้นได้พร้อมกัน ช่วยลดขั้นตอนการทำความสะอาดและประหยัดเวลา
จุดเด่น
ระบบ Dual Tank แยกน้ำสะอาดและน้ำเสีย
ดูดและถูพร้อมกันในขั้นตอนเดียว
แปรงลูกกลิ้งคู่ช่วยขจัดคราบฝังแน่น
กันน้ำมาตรฐาน IPX4
มี 2 โหมดการทำงาน
สายไฟยาว 5 เมตร
ถังน้ำสะอาด 500 มิลลิลิตร
ถังน้ำเสีย 600 มิลลิลิตร
คลิกสั่งซื้อ>> Deerma VX20 https://iamofficeshop.com/product/deerma-dry-and-wet-vacuum-cleaner-vx20
เลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นคุณภาพที่ I AM Office Shop
เครื่องดูดฝุ่นสำหรับสำนักงาน บ้าน หรือธุรกิจ I AM Office Shop มีเครื่องดูดฝุ่นให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นด้ามจับ เครื่องดูดไรฝุ่น เครื่องดูดฝุ่นแบบดูดและถูพื้น รวมถึงเครื่องดูดฝุ่นสำหรับรถยนต์ จากแบรนด์ Deerma และ 70Mai ที่ได้รับความนิยมด้านประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และใช้งานง่าย
ทีมงาน I AM Office Shop พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกเครื่องดูดฝุ่นให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน เพื่อให้คุณได้รับอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความสะดวก และงบประมาณ
ถึงอย่างไรก็ตาม การเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก ประเภทพื้นที่ ขนาดสำนักงาน ลักษณะการใช้งาน ระบบกรองฝุ่น และกำลังดูด เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อต้องการดูแลพื้นทั่วไป เครื่องดูดฝุ่นด้ามจับอย่าง Deerma DX700 White, DX888 หรือ VC20 Plus ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ส่วนสำนักงานที่ต้องการดูแลโซฟาและห้องประชุม ควรเลือก Deerma EX919 หรือ CM800 ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดไรฝุ่นโดยเฉพาะ และสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องการทั้งดูดและถูพื้นในเครื่องเดียว Deerma VX20 จะช่วยลดเวลาการทำความสะอาดได้อย่างมาก
บทความที่เกี่ยวข้อง

Router และ Access Point ต่างกันอย่างไร
การทำงาน การเรียนออนไลน์ และการใช้งานอุปกรณ์ IoT จำเป็นต้องมีระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เสถียร บางคนสับสนระหว่าง Router (เราเตอร์) และ Access Point (แอ็กเซสพอยต์) เพราะทั้งสองอุปกรณ์ต่างเกี่ยวข้องกับการกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ซึ่งความเป็นจริง Router และ Access Point มีหน้าที่แตกต่างกัน หากเลือกใช้อุปกรณ์ได้เหมาะสม จะช่วยให้เครือข่ายมีความเสถียร ครอบคลุม และรองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้น

Webcam ประชุมออนไลน์ เลือกอย่างไรให้ได้ภาพคมชัด
การประชุมออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมทีม การนำเสนองาน การสัมภาษณ์งาน หรือการพูดคุยกับลูกค้า ภาพและเสียงที่ชัดเจนล้วนมีผลต่อความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพในการสื่อสาร
