
เครื่องทำลายเอกสาร ตัดตรงและตัดละเอียด
มีเอกสารจำนวนมากที่ต้องทิ้ง แต่มีข้อมูลสำคัญอยู่บนกระดาษ เช่น ใบเสนอราคา, รายชื่อลูกค้า, เอกสารทางบัญชี, สำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารภายในองค์กร ล้วนไม่ควรถูกเปิดเผยสู่ภายนอก ดังนั้น การนำเอกสารเหล่านี้ไปทิ้งลงถังขยะทั้งแผ่นอาจไม่เหมาะสม โดยเฉพาะสำนักงานที่มีเอกสารจำนวนมาก ควรให้ความสำคัญกับการจัดการข้อมูลอย่างถูกต้อง
คำตอบโดยสรุป
มีเอกสารจำนวนมากที่ต้องทิ้ง แต่มีข้อมูลสำคัญอยู่บนกระดาษ เช่น ใบเสนอราคา, รายชื่อลูกค้า, เอกสารทางบัญชี, สำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารภายในองค์กร ล้วนไม่ควรถ
มีเอกสารจำนวนมากที่ต้องทิ้ง แต่มีข้อมูลสำคัญอยู่บนกระดาษ เช่น ใบเสนอราคา, รายชื่อลูกค้า, เอกสารทางบัญชี, สำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารภายในองค์กร ล้วนไม่ควรถูกเปิดเผยสู่ภายนอก ดังนั้น การนำเอกสารเหล่านี้ไปทิ้งลงถังขยะทั้งแผ่นอาจไม่เหมาะสม โดยเฉพาะสำนักงานที่มีเอกสารจำนวนมาก ควรให้ความสำคัญกับการจัดการข้อมูลอย่างถูกต้อง
เครื่องทำลายเอกสาร อุปกรณ์ที่ช่วยเปลี่ยนเอกสารให้กลายเป็นเศษกระดาษ พร้อมลดโอกาสที่ข้อมูลสำคัญจะถูกนำกลับไปอ่านหรือใช้งานต่อ แต่ก่อนเลือกซื้อเรามาดูกันว่า เครื่องทำลายเอกสารมีกี่ประเภท แต่สองรูปแบบที่พบได้บ่อยคือ ตัดตรง (Strip-Cut) และ ตัดละเอียด (Cross-Cut) ซึ่งตอบโจทย์ลักษณะงานที่แตกต่างกัน
เครื่องทำลายเอกสาร “ตัดตรง” กับ “ตัดละเอียด” ต่างกันอย่างไร?
ตัดตรง (Strip-Cut) คือการตัดกระดาษออกเป็นเส้นยาว ใช้ตัดเอกสารทั่วไป เช่น กระดาษร่าง เอกสารที่หมดอายุ หรือสำเนาที่ไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาในระดับสูง สามารถทำลายเอกสารได้รวดเร็ว และรองรับกระดาษได้จำนวนมากในบางรุ่น
ตัดละเอียด (Cross-Cut) คือการตัดกระดาษทั้งแนวยาวและแนวขวางจนกลายเป็นชิ้นเล็กลง เหมาะกับเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลภายในองค์กรที่ต้องจัดการอย่างรัดกุม
1. OASTAR Grandeur V-T (ตัดตรง สำหรับเอกสารทั่วไป)
ต้องจัดการเอกสารจำนวนมาก และต้องการเครื่องที่ใช้งานง่าย OASTAR รุ่น Grandeur V-T เป็นรุ่นตัดตรงที่รองรับกระดาษ 70 แกรมได้ประมาณ 15–17 แผ่นต่อครั้ง และกระดาษ 80 แกรมได้ 13–15 แผ่น เศษกระดาษมีความกว้าง 3.9 มม. พร้อมถังขนาด 25.6 ลิตร
โดยมีระบบ Auto Start/Stop และ Auto Reverse รวมถึงระบบแจ้งเตือนเมื่อถังเต็ม นอกจากนี้ยังรองรับการทำลายบัตรเครดิต แผ่นซีดี และลวดเย็บกระดาษเบอร์ 10 ได้อีกด้วย
เหมาะกับสำนักงาน SME ร้านค้า หรือ Home Office ที่ต้องทำลายเอกสารทั่วไปเป็นประจำ และต้องการเครื่องที่รองรับปริมาณกระดาษได้ดีโดยไม่ต้องใช้พื้นที่มากเกินไป
คลิกสั่งซื้อ>> iamofficeshop.com
2. OASTAR Grandeur V-S (ตัดละเอียด เพิ่มระดับการปกป้องข้อมูล)
เอกสารที่ต้องทำลายมีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลภายในมากขึ้น OASTAR รุ่น Grandeur V-S ใช้ระบบ Cross-Cut โดยตัดเอกสารเป็นชิ้นขนาดประมาณ 3.9 × 38 มม. รองรับกระดาษ 70 แกรมได้ประมาณ 15–17 แผ่นต่อครั้ง และมีถังรองรับ 18.9 ลิตร
นอกจากกระดาษ รุ่นนี้ยังรองรับคลิปหนีบกระดาษ บัตรเครดิต และแผ่น CD/DVD พร้อมระบบ Auto Start/Stop และ Auto Reverse รวมถึงระบบหยุดการทำงานเมื่อมอเตอร์ร้อนเกินไป
จุดที่แตกต่างจากรุ่นตัดตรงคือ รูปแบบเศษกระดาษที่มีขนาดเล็กกว่า เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการทำลายข้อมูล เช่น เอกสารลูกค้า เอกสารการเงิน หรือเอกสารภายในบริษัท
คลิกสั่งซื้อ>> iamofficeshop.com
3. OASTAR Winner V-T (ตัดตรง สำหรับงานปริมาณมาก)
เมื่อจำนวนเอกสารเพิ่มขึ้น ความสามารถการรองรับกระดาษต่อครั้งก็มีผลต่อเวลาในการทำงาน OASTAR รุ่น Winner V-T จึงเหมาะกับสำนักงานที่ต้องทำลายเอกสารจำนวนมากเป็นประจำ
รุ่นนี้รองรับกระดาษ A4 70 แกรมประมาณ 25-31 แผ่นต่อครั้ง ตัดเป็นเส้นตรงขนาด 3.9 มม. มีถังขนาด 32.7 ลิตร และความเร็วในการทำลายประมาณ 2.5 เมตรต่อนาที
นอกจากนี้ยังสามารถทำลาย CD/DVD บัตรเครดิต คลิปหนีบกระดาษ และลวดเย็บกระดาษได้ พร้อมระบบหยุดเมื่อมอเตอร์ร้อนหรือถังเต็ม และรองรับการทำงานต่อเนื่องได้ถึง 30 นาที
คลิกสั่งซื้อ>> iamofficeshop.com
4. OASTAR Winner V-S (ตัดละเอียด สำหรับข้อมูลที่ต้องการความรัดกุม)
เมื่อจัดการเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญและมีปริมาณมากขึ้น OASTAR รุ่น Winner V-S เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะใช้ระบบ Cross-Cut และสามารถทำลายกระดาษ A4 80 แกรมได้ประมาณ 25 แผ่นต่อครั้ง เศษกระดาษมีขนาดประมาณ 3.9 × 38 มม.
ตัวเครื่องมีถังขนาด 32.7 ลิตร ความเร็วการทำลายประมาณ 2.5 เมตรต่อนาที และสามารถทำลายบัตรเครดิต แผ่น CD/DVD รวมถึงคลิปและลวดเย็บกระดาษได้ จุดเด่นจึงอยู่ที่การผสมระหว่าง ความละเอียดในการทำลายกับความสามารถการรองรับเอกสารจำนวนมาก โดยคุณจัดการเอกสารได้อย่างต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงจากข้อมูลที่ถูกทิ้งโดยไม่ได้ทำลายอย่างละเอียด
คลิกสั่งซื้อ>> iamofficeshop.com
5. Fellowes LX85 (ตัดละเอียด สำหรับสำนักงานและ Home Office)
สำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องตัดละเอียดในปริมาณไม่มาก หรือใช้ใน Home Office Fellowes รุ่น LX85 รองรับกระดาษ A4 70 แกรมได้ 12 แผ่นต่อครั้ง และตัดแบบ Cross-Cut ขนาด 4 × 40 มม.
รุ่นนี้มาพร้อมระบบ SafeSense ที่ช่วยหยุดเครื่องเมื่อสัมผัสบริเวณช่องใส่เอกสาร ทำงานต่อเนื่องได้ประมาณ 20 นาที และมีถังรองรับ 19 ลิตร นอกจากนี้ยังทำลายลวดเย็บ ลวดเสียบ และบัตรเครดิตได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำลายเอกสาร เช่น ใบแจ้งหนี้ เอกสารลูกค้า สำเนาเอกสาร หรือกระดาษที่มีข้อมูลส่วนตัว โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องขนาดใหญ่
คลิกสั่งซื้อ>> iamofficeshop.com
ประโยชน์ของเครื่องทำลายเอกสาร นอกจากกำจัดกระดาษแล้ว ยังช่วยสร้างระบบจัดการเอกสารให้เป็นระเบียบมากขึ้น
1. ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล
เอกสารที่มีข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลภายในไม่ควรถูกทิ้งทั้งแผ่น การทำลายก่อนนำไปทิ้งช่วยลดโอกาสที่บุคคลอื่นจะนำข้อมูลไปอ่านหรือนำไปใช้ต่อ
2. จัดการเอกสารหมดอายุได้ง่ายขึ้น
สำนักงานมีเอกสารสะสมจำนวนมากในแต่ละวัน เครื่องทำลายเอกสารช่วยให้กระดาษที่ไม่จำเป็นถูกจัดการได้ทันที ลดการกองสะสมบนโต๊ะหรือในห้องเก็บเอกสาร
3. ช่วยประหยัดเวลาจัดการเอกสาร
แทนที่จะต้องฉีกกระดาษด้วยมือทีละแผ่น เครื่องสามารถทำลายเอกสารหลายแผ่นต่อครั้ง โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานปริมาณมาก
4. เลือกระดับการทำลายให้เหมาะกับข้อมูล
เอกสารทั่วไปอาจเลือกใช้ระบบตัดตรง ส่วนข้อมูลที่ต้องการการปกป้องมากขึ้นสามารถเลือกตัดละเอียด เพื่อให้เศษกระดาษมีขนาดเล็กลง
5. เพิ่มความเป็นระเบียบให้สำนักงาน
เมื่อมีขั้นตอนที่ชัดเจนว่า เอกสารใดควรเก็บ เอกสารใดควรทำลาย และสามารถจัดการได้ทันที โต๊ะทำงานและพื้นที่จัดเก็บก็เป็นระเบียบมากขึ้น
ดังนั้น ถ้าคุณเน้นเอกสารทั่วไปและต้องการความรวดเร็ว ตัดตรง (Strip-Cut) เป็นทางเลือกที่เหมาะสม ส่วนเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลภายในองค์กร ตัดละเอียด (Cross-Cut) จะตอบโจทย์เรื่องการลดขนาดเศษเอกสารได้มากกว่า
สำหรับทั้ง 5 รุ่นที่กล่าวถึง IamOffice Shop มีจำหน่ายครบ และยังมีเครื่องทำลายเอกสารรุ่นอื่น ๆ อีกมากมายให้คุณได้เลือกตามความต้องการ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ และรองรับการออกใบกำกับภาษีสำหรับการจัดซื้อขององค์กร
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กก่อนซื้อ! ใช้หมึกพิมพ์ผิดรุ่น เสียทั้งเงินและเวลา!
หมดปัญหาซื้อหมึกพิมพ์มาแล้ว แต่ใช้กับเครื่องพิมพ์ไม่ได้!! ที่อาจทำให้คุณต้องเสียเงินซื้อตลับใหม่ เสียเวลา และอาจกระทบกับงานที่กำลังเร่งพิมพ์ ฯลฯ โดยเฉพาะสำนักงานที่มีเครื่องพิมพ์หลายรุ่น อย่าจำเพียงว่าใช้ “หมึก HP” หรือ “หมึก Canon” เท่านั้น เพราะแต่ละเครื่องใช้ตลับหมึกคนละรหัส ถึงแม้จะเป็นแบรนด์เดียวกันก็ตาม

สาย LAN Cat5e, Cat6, Cat6A ตอบโจทย์การใช้งานด้านไหน
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน สาย LAN ยังคงมีความจำเป็นอยู่มาก เพื่อให้การรับส่งข้อมูลมีความเสถียรและลดปัญหาสัญญาณหลุด โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์สำนักงาน เครื่องพิมพ์แบบ Network, กล้องวงจรปิด, NAS, เซิร์ฟเวอร์, รวมถึงอุปกรณ์เครือข่ายต่าง ๆ

เลือกเทป OPP กับเทปใส ให้เหมาะกับงาน
เทปกาว เป็นอุปกรณ์สำนักงานและวัสดุสิ้นเปลืองที่หลายธุรกิจต้องใช้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการปิดซองเอกสาร ติดกระดาษ ซ่อมแซมเอกสาร หรือปิดกล่องพัสดุเพื่อเตรียมจัดส่ง แม้เทปแต่ละชนิดจะมีหน้าที่พื้นฐานเหมือนกัน แต่รูปแบบการใช้งานและคุณสมบัติของเทปแต่ละประเภทแตกต่างกัน