
การเลือกจอมอนิเตอร์มือสองควรเลือกยังไง
คำตอบโดยสรุป
การเลือกจอมอนิเตอร์มือสองควรเลือกยังไง หลายคนคงทราบกันดีว่าในปัจจุบันมีการออกแบบและพัฒนา จอมอนิเตอร์ ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งานที่...
การเลือกจอมอนิเตอร์มือสองควรเลือกยังไง หลายคนคงทราบกันดีว่าในปัจจุบันมีการออกแบบและพัฒนาจอมอนิเตอร์ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นยิ่งจอมอนิเตอร์ที่สเปกสูงสเปกแรงราคาจะมีราคาที่แพงมากขึ้นตามไปด้วย สำหรับใครที่มีงบน้อยแต่อยากได้จอมอนิเตอร์ที่ใช้สำหรับการใช้งานในราคาที่ไม่แพงมาก อย่างจอมอนิเตอร์ที่ใช้สำหรับสื่อการเรียนการสอน ส่วนใหญ่จะเลือกซื้อจอมอนิเตอร์มือสองเพราะมีราคาที่ถูกกว่าซื้อจอมอนิเตอร์มือหนึ่งในการเลือกซื้อจอมอนิเตอร์มือสองเหมาะสำหรับใครที่มีงบประมาณจำกัดแต่อยากได้จอมอเตอร์ใช้งานวันนี้ แต่สำหรับใครที่สงสัยว่าการซื้อจอมอนิเตอร์มือสองควรดูอะไรและควรเลือกยังไง IamOffice จะมาแนะนำวิธีการเลือกจอมอนิเตอร์มือสองว่าควรเลือกจากอะไรและควรดูองค์ประกอบอะไรในการตัดสินใจซื้อจอมอนิเตอร์มือสอง การเลือกจอมอนิเตอร์มือสองควรเลือกยังไง
สารบัญ
-
เลือกจอมอนิเตอร์แบบไหนดีระหว่าง Flat หรือ Curved
-
ขนาดของหน้าจอมอนิเตอร์
-
ช่องทางการขายจอมอนิเตอร์มือสอง
-
เช็กประกันจอมอนิเตอร์
-
สรุป
เลือกจอมอนิเตอร์แบบไหนดีระหว่าง Flat หรือ Curved
จอมอนิเตอร์มีลักษณะหลัก ๆ อยู่สองแบบด้วยกันคือ จอมอนิเตอร์แบบ Flat กับ จอมอนิเตอร์แบบ Curved ทั้งสองแบบมีความแตกต่างในแง่ของมุมมอง จอมอนิเตอร์ทั้ง 2 แบบ เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่นสำหรับใครที่ชอบเล่นเกมแนว FPS หรือแอ็คชันชู๊ตติ้งที่ต้องจับสังเกตพื้นที่ได้ทั่วบริเวณสมรภูมิ เพื่อให้เห็นศัตรูได้ง่ายขึ้น ถ้าจอมอนิเตอร์มีความละเอียดสูง 2K หรือ 4K ยิ่งต้องใช้สายตาในการมองมากขึ้น การใช้จอมอนิเตอร์แบบ Curved จะช่วยให้โอบกระชับสายตาเข้ามาทำให้การมองเห็นง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือจอมอนิเตอร์แบบ Curved มีราคาที่สูงกว่าจอมอนิเตอร์แบบ Flat หากต้องการซื้อจอมอนิเตอร์ในราคาไม่แพงมากแนะนำเป็นจอมอนิเตอร์แบบ Flat เหมาะสำหรับใครที่ต้องการจอมอนิเตอร์ไว้สำหรับทำงานทั่วไปหรือใครที่ไม่ต้องการปรับตัวหรือปรับสายตาในการมองจอมอนิเตอร์ ราคาของจอมอนิเตอร์แบบ Flat มีราคาไม่แพงถ้าต้องการเรื่องของสเปกหรือด้านใช้งานทั่วไปถือว่าเป็นจอมอนิเตอร์ที่เหมาะที่สุด
ขนาดของหน้าจอมอนิเตอร์
ขนาดจอมอนิเตอร์ก็เป็นอีกองค์ประกอบในการกำหนดราคาของจอมอนิเตอร์มือสองแต่ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของจอมอนิเตอร์ว่าใช้สำหรับทำอะไรหรือสเปกของจอมอนิเตอร์ อย่างจอมอนิเตอร์ทั่วไปขนาด 27 นิ้วจะมีราคาถูกกว่าจอมอนิเตอร์สำหรับเล่นเกมขนาด 24 นิ้ว แต่ถ้าหากเป็นจอมอนิเตอร์ที่จะนำไปใช้สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะควรตรวจสอบว่าเป็นเกมประเภทไหนเพราะขนาดของจอมอนิเตอร์ก็มีผลต่อการเล่นเกม เช่น เกมประเภท Action Shooting FPS ควรเลือกจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อที่เวลาเล่นเกมจะได้เห็นศัตรูจากระยะไกลทำให้ง่ายต่อการเล็งเป้า การเลือกขนาดของจอมอนิเตอร์ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้เพราะมุมมองในการเล่นเกมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ช่องทางการขายจอมอนิเตอร์มือสอง
ในปัจจุบันมีช่องทางการขายของอยู่มาก แค่คนส่วนใหญ่นิยมสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เพราะสะดวกไม่เสียเวลาในการออกตามหาร้าน จอมอนิเตอร์มือสองก็เช่นกันแต่มีข้อแตกต่างอยู่ระหว่างการซื้อจอมอนิเตอร์มือสองผ่านทางออนไลน์และซื้อจากหน้าร้านสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะสั่งซื้อทางออกนไลน์ดีหรือซื้อจากหน้าร้านเราจะพาทุกคนมาดูข้อดีข้อเสียของการซื้อจอมอนิเตอร์ทั้งสองแบบกัน
เช็กประกันจอมอนิเตอร์
ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในการซื้อจอมอนิเตอร์มือสองในการซื้อจอมอนิเตอร์งมือสองสิ่งที่ควรตรวจสอบคือประกันของสินค้าว่าสินค้ายังอยู่ในระยะเวลาของประกันหรือไม่ ควรสอบถามและขอข้อมูลผู้ขายเอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อแบบออนไลน์หรือจากหน้าร้าน หากซื้อของมือสองจะมีประกันอยู่ 3 แบบ คือ
-
- ประกันปกติ คือ ประกันสินค้าจากดีลเลอร์หรือผู้จำหน่ายโดยตรงเป็นประกันที่มีความสำคัญมากที่ผู้ขายต้องให้ความสำคัญในการเลือกสินค้า ควรเลือกสินค้าที่เหลือประกัน 1-3 เดือน เพื่อเป็นหลักประกันที่มันใจได้ว่าสามารถใช้งานไปได้หากเกิดปัญหาสามารถนำสินค้าไปซ่อมจากศูนย์ได้
- ประกันร้าน คือ การรับประกันการใช้งานจากทางร้านที่จำหน่ายระยะเวลาของประกันจะขึ้นอยู่กับนโยบายของทางร้าน ในการซื้อสินค้ามือสองควรตรวจสอบประกันจากทางร้านว่ามีประกันสินค้าที่จำหน่ายหรือไม่ถ้าหากสินค้ามีปัญหาแต่ประกันสินค้าจากศูนย์หมด แต่ยังเหลือประกันจากร้านสามารถนำสินค้าไปซ่อมได้
- ประกันใจ คือ เป็นประกันที่ไม่ได้มีทุกร้านแต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของทางร้าน เช่น หากซื้อสินค้าแล้วเกิดปัญหาสามารถนำมาเปลี่ยนภายใน7วัน โดยระยะเวลาในการคืนสินค้าจะขึ้นอยู่กับนโยบายของทางร้านค้าที่จะมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน
บทความแนะนำ
- โน๊ตบุ๊คตัวเด่นสำหรับวัยเรียน
- เกณฑ์เครื่องปริ้นเตอร์ ICT เครื่องปริ้นเตอร์มัลติฟังก์ชันในงบ 7500 บาท
- แนะนำจอมอนิเตอร์ระดับ 4K แบรนด์ Dell
สรุป
ในการซื้อจอมอนิเตอร์มือสองสิ่งที่ควรให้ความสำคัญสภาพของสินค้าและความคุ้มค่าของสินค้าในการซื้อจอมอนิเตอร์มือสองสามารถเลือกซื้อได้ตามความสะดวกของแต่ละคนแต่สำหรับการซื้อจอมอนิเตอร์มือสองผ่านทางออนไลน์ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านว่ามีความน่าเชื่อถือขนาดไหน เพราะบางร้านค้าออนไลน์ไม่ได้มีหน้าร้านที่สามารถตรวจสอบได้ ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือจากรีวิวของลูกค้าคนอื่นหรือตรวจสอบอายุของร้านว่าเปิดร้านมากี่ปีมีหน้าร้านที่ขายหรือไม่ ถ้าหากไม่มั่นใจสามารถเลือกซื้อจากหน้าร้านได้
การเลือกซื้อจอมอนิเตอร์มือสองจากหน้าร้านจะเห็นสินค้าได้อย่างชัดเจนสามารถตรวจสอบสภาพสินค้าและมีความน่าเชื่อถือมากกว่า แต่ในการซื้อควรสอบถามนโยบายประกันสินค้าของทางร้านว่ามีนโยบายอะไรบ้างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเอง หลังจากตัดสินใจในการซื้อควรตรวจเช็กสภาพกล่องหรือใบประกันว่าสินค้ามีประกันเหลืออยู่ตามที่ทางร้านบอกหรือไม่ หรือนำใบประกันที่ได้ไปตรวจสอบที่ศูนย์ว่าถูกต้องหรือไม่ ที่สำคัญควรเก็บใบสั่งซื้อหรือใบเสร็จโอนเงินเพื่อเป็นหลักฐานหากสินค้าชำรุดเสียหายแต่ยังอยู่ในระยะเวลาประกันที่กำหนดตามนโยบายของทางร้านเพื่อเป็นหลักฐานในการเปลี่ยนสินค้า
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 02-9220291
Line : @iamoffice
Facebook : @iamofficeshop
บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือกเทป OPP กับเทปใส ให้เหมาะกับงาน
เทปกาว เป็นอุปกรณ์สำนักงานและวัสดุสิ้นเปลืองที่หลายธุรกิจต้องใช้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการปิดซองเอกสาร ติดกระดาษ ซ่อมแซมเอกสาร หรือปิดกล่องพัสดุเพื่อเตรียมจัดส่ง แม้เทปแต่ละชนิดจะมีหน้าที่พื้นฐานเหมือนกัน แต่รูปแบบการใช้งานและคุณสมบัติของเทปแต่ละประเภทแตกต่างกัน

ของใช้สำนักงานชิ้นเล็ก เบื้องหลังความสำเร็จงานใหญ่
มีประชุมสำคัญในอีก 10 นาที! เอกสารพิมพ์เสร็จแล้ว แต่… ลวดเสียบหรือลวดเย็บกระดาษหมด! สิ่งที่ตามมาคือ ต้องรีบวิ่งหาร้านสะดวกซื้อในละแวกใกล้เคียง เสียทั้งเวลา เสียทั้งโอกาส และอาจทำให้ภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพลดลง เพราะบางครั้ง สิ่งที่ทำให้งานสะดุด ไม่ใช่ความสามารถของคน แต่เป็น... ความไม่พร้อมของอุปกรณ์สำนักงานนั่นเอง

เอกสารเยอะ ไม่รก! ถ้าเลือกแฟ้ม Elephant
เอกสารสำคัญอย่างใบเสนอราคา, ใบสั่งซื้อ, ใบเสร็จ, สัญญา, รายงาน, เอกสารบัญชี หรือเอกสารภายในองค์กร เมื่อเอกสารเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาคือ โต๊ะทำงานที่เริ่มแน่น ตู้เก็บเอกสารพื้นที่เต็ม และเวลาค้นหาเอกสารแต่ละชุดค่อนข้างนาน ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วย “การเลือกวิธีจัดเก็บที่เหมาะกับประเภทของเอกสาร”
