วิธีการเลือกเครื่องพิมพ์บัตรที่เหมาะสมกับธุรกิจ เครื่องพิมพ์บัตรถูกนิยมใช้พิมพ์บัตรพนักงาน ป้ายชื่อ บัตรสมาชิก หรือบัตรทางธุรกิจ ช่วยสนับสนุนองค์กรในการพิมพ์บัตรประจำตัวได้เอง เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลบุคลากร และเพิ่มความสะดวกสบาย พร้อมความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบต่าง ๆ ตามต้องการ
สารบัญ
- ประเภทเครื่องพิมพ์บัตรแบ่งตามลักษณะการพิมพ์ 2 ประเภท
- วิธีการเลือกเครื่องพิมพ์บัตรที่เหมาะสมกับธุรกิจ
- ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์บัตรพลาสติก
- บัตรพลาสติกที่นิยมใช้มี 2 ประเภทดังนี้
- บัตรพลาสติกพีวีซี (PVC card)
- บัตรสมารท์การ์ด (Smart card)
- สรุป
เครื่องพิมพ์บัตร หรือเครื่องพิมพ์บัตรพลาสติก เป็นเครื่องพิมพ์เฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับบัตรประเภทพลาสติกแทนกระดาษแบบดั้งเดิม เนื่องจากเครื่องพิมพ์นี้สามารถพิมพ์บัตรพลาสติกที่แข็งได้ โดยเฉพาะบัตรประจำตัว บัตรพนักงาน ป้ายชื่อ บัตรสมาชิก และบัตรที่ใช้ในทางธุรกิจ ซึ่งเครื่องพิมพ์บัตรใช้เทคนิคการพิมพ์เฉพาะทางขั้นสูง จึงสร้างความมั่นใจได้ว่าหมึกที่พิมพ์จะเกาะติดกับพื้นผิวพลาสติกได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ได้งานพิมพ์มีคุณภาพสูง ใช้งานได้ระยะยาว
ประเภทเครื่องพิมพ์บัตรแบ่งตามลักษณะการพิมพ์ 2 ประเภท
1. Direct Thermal (พิมพ์ลงบัตรโดยตรง) เป็นระบบพิมพ์ที่ส่งความร้อนจากหัวพิมพ์ลงบนบัตรโดยตรง ซึ่งบัตรพลาสติกที่พิมพ์ต้องสะอาดและเรียบเนียนทั้งใบ
2. Retransfer Film (พิมพ์ผ่านฟิล์ม) การพิมพ์โดยใช้หัวความร้อนละลายหมึก (Ribbon) ลงบนฟิล์ม และให้ความร้อนรีดข้อมูลจากฟิล์มลงบนบัตรอีกที การพิมพ์ลักษณะนี้ทำให้ได้ข้อมูลบนบัตรที่ละเอียดและสวยงาม
วิธีการเลือกเครื่องพิมพ์บัตรที่เหมาะสมกับธุรกิจ
เครื่องพิมพ์บัตรทั้ง 2 ประเภท มีจำหน่ายตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายหลายแห่ง หรือร้านอุปกรณ์สำนักงานมากมาย ดังนั้น เราดูกันว่า วิธีการเลือกเครื่องพิมพ์บัตรที่เหมาะสมกับธุรกิจนั้น ควรพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง?
1. จุดประสงค์ของการพิมพ์
เริ่มต้นจากการพิจารณาลักษณะการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์บัตรพลาสติกให้เหมาะสมกับงานที่คุณต้องการใช้พิมพ์ เช่น หากต้องการใช้งานพิมพ์พลาสติกทั่วไป สามารถเลือกเครื่องพิมพ์บัตรพลาสติกแบบพิมพ์โดยตรงได้ แต่ถ้าต้องการนำไปใช้พิมพ์บัตรที่มีแผงวงจร ซิป บัตรลักษณะผิวไม่เรียบ ควรใช้เครื่องพิมพ์บัตรพลาสติกแบบ Retransfer Film เพื่อลดความเสียหายต่อหัวพิมพ์ของเครื่องพิมพ์บัตรพลาสติก
2. รองรับการพิมพ์บัตรของคุณ
เครื่องพิมพ์บัตรที่เหมาะสม ต้องสามารถรองรับขนาดความหนาของบัตรที่ต้องการใช้งานได้ ซึ่งโดยทั่วไปความหนาของบัตรจะอยู่ระหว่าง 10 – 60 มิล
3. โปรแกรมรองรับการใช้งาน
เครื่องพิมพ์บัตรที่ดีควรมีโปรแกรมรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์บางประเภทที่ต้องการใช้งานร่วมกัน อย่างเช่นกล้องถ่าย เวลาถ่ายรูปสามารถนำรูปนั้นมาแสดงบนบัตรพร้อมพิมพ์ได้ทันที
4. สั่งซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ
ไม่ว่าคุณจะซื้อเครื่องพิมพ์บัตรยี่ห้ออะไร ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง จึงขอแนะนำสั่งซื้อจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายดีที่สุด
5. มีการรับประกัน และบริการหลังการขาย
การเลือกเครื่องพิมพ์บัตร ควรมีการรับประกันตัวสินค้า และรับประกันจากร้านค้าอีกที ช่วยเสริมความมั่นใจในการใช้งาน เมื่อสินค้ามีปัญหา หรือติดขัดด้านการใช้งาน ทางร้านจะได้มอบบริการหลังการขายเพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทันที อีกทั้งควรมีการรับประกันคุณภาพของสินค้าตามระยะเวลาที่ทางแบรนด์ผู้ผลิตกำหนดด้วย เช่น การรับประกันสินค้านาน 2 ปี หรือ 3 ปี เป็นต้น
ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์บัตรพลาสติก
- บัตร PVC คือบัตรพลาสติกที่ใช้พิมพ์บัตรประจำตัว มีหลายสี หลายขนาด และความหนาหลากหลาย ซึ่งขนาดที่พบมากที่สุดเรียกว่า CR80 เท่ากับ 3.375” x 2.2125” (ขนาดเดียวกับบัตรเครดิต) และขนาดบัตรยอดนิยม CR79 เท่ากับ 3.303” x 2.051”
- มิล คือหน่วยวัดความยาว มีขนาดเท่ากับ 1 x 10-3 เมตร
- YMCKO คือตัวกำหนดริบบอน 1 ม้วนประกอบไปด้วย
- Y : คือแม่สีเหลือง(Yellow)
- M : คือแม่สีม่วงเข้ม(Magenta)
- C : คือแม่สีฟ้า(Cyan)
- K : คือสีดำ (Black)
- O : คือฟิล์มสำหรับเคลือบ(Overlay)
Hologram คือเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการโฮโลกราฟี (Holography) ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคต่าง ๆ ช่วยให้แสงสามารถกระจายจากวัตถุที่จะทำการบันทึก หรือถูกสร้างขึ้น ป้องกันการปลอมแปลง เวลาโดนแสงจะปรากฏภาพรูปร่างดั่งกล่าวขึ้นมา เช่น Hologram บนบัตรประชาชน
บัตรพลาสติกที่นิยมใช้มี 2 ประเภทดังนี้
- บัตรพลาสติกพีวีซี (PVC card)
- บัตรสมารท์การ์ด (Smart card)
บัตรพลาสติกพีวีซี (PVC card)
บัตรพลาสติกพีวีซี ทำจาก Polyvinyl chloride หรือ PVC มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน ขนาดได้มาตรฐาน ISO 7810 (85.60×53.98 mm.) และสามารถสั่งทำขนาดพิเศษได้ตามต้องการ อย่างเช่นบัตรสมาชิก บัตรของขวัญ บัตรพวงกุญแจขนาดเล็ก หรือบัตร Staff เข้างาน เป็นต้น สำหรับความหนามีให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาด ดังนี้
- 0.3mm สำหรับทำนามบัตรพลาสติก บัตรของขวัญเพื่อแนบสินค้า หรือพิมพ์บัตรพนักงาน
- 0.5mm. สำหรับทำบัตรสมาชิก บัตรคอนเสิร์ต บัตรที่ต้องการพกพาสะดวก
- 0.76mm. สำหรับทำบัตรพนักงาน บัตรประจำตัว บัตรผ่านประตู บัตรสมาชิก หรือบัตรอื่น ๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือและมีมาตรฐาน
บัตรสมารท์การ์ด (Smart card)
บัตรสมาร์ทการ์ด เป็นบัตรที่สามารถประมวลผลข้อมูลได้ โดยการอ่าน เขียน บันทึก ลบ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของเทคโนโลยีของบัตรแต่ละรุ่น และวัตถุประสงค์การใช้งาน ส่วนใหญ่มีขนาดมาตรฐานเท่ากับบัตรเอทีเอ็ม ทั้งความกว้างและความหนา และบัตรบางรุ่นมีขนาดพิเศษต่างออกไป และมีเอกลักษณ์เฉพาะ บัตรสมาร์ทการ์ด สามารถแบ่งตามวิธีการรับส่งข้อมูลได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. บัตรสมาร์ทการ์ดแบบสัมผัส (Contact smart card)
มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูล ผ่านการใช้บัตรสัมผัสกับเครื่องอ่านโดยตรง เช่น การรูด การแตะ หรือการเสียบบัตรเข้าไปในเครื่องอ่านบัตร (Card reader) เพื่อให้เครื่องส่งผ่านข้อมูลผ่านตัวเก็บข้อมูลที่อยู่บนบัตร เรียกได้ว่า มีความปลอดภัยสูง และได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น บัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Card) และบัตรชิปการ์ด (Chip card)
2. บัตรสมาร์ทการ์ดแบบไร้สัมผัส (Contactless smart card)
เป็นบัตรที่สามารถประมวลผลข้อมูลของบัตร และส่งผ่านข้อมูลกับเครื่องอ่านได้ โดยไม่ต้องให้บัตรสัมผัสโดยตรงกับเครื่อง เพียงแค่นำบัตรเข้าใกล้ในระยะที่เครื่องอ่านก็สามารถรับสัญญาณได้ ซึ่งเทคโนโลยีการรับสัญญาณระยะไกลนี้เรียกว่า RFID (อาร์เอฟไอดี) ย่อมาจาก Radio Frequency IDentification หรือการสื่อสารระบุตัวตนผ่านคลื่นความถี่วิทยุ มีหน่วยวัดเป็น Hz (Hertz) หรืออาจเรียกบัตรนี้ว่า บัตร RFID หรือบัตรคีย์การ์ด
บทความแนะนำ
- จำหน่ายอะไหล่ปริ้นเตอร์ที่ iamoffice ครบจบในที่เดียว
- เครื่องแฟกซ์ FAX ระบบเลเซอร์ ส่งเร็ว ส่งไว ปลอดภัยสูง
- เครื่องพิมพ์ 3 มิติ FDM หัวฉีด Direct Drive สำหรับอุตสาหกรรม
สรุป
ถึงแม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากมาย แต่เครื่องพิมพ์บัตรพลาสติกยังคงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการพิมพ์บัตรระดับคุณภาพ แข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน ตอบโจทย์การทำงานของหลาย ๆ ธุรกิจ ซึ่งทั้งนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดและวิธีการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์บัตรที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้แก่ทุกท่าน
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 02-9220291
Line : @iamoffice
Facebook : @iamofficeshop






