Networking Security ปกป้องภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ องค์กรใดที่ต้องการปกป้องข้อมูลสำคัญภายใน พนักงานสามารถรับ-ส่งข้อมูลถึงกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดปัญหาการถูกแฮ็กเกอร์โจมตี ควรติดตั้ง “Networking Security” ระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ตัวช่วยป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ พร้อมปกป้ององค์กรของคุณไม่ให้ข้อมูลอันมีค่ารั่วไหลหรือถูกขโมย
สารบัญ
- Network Security คืออะไร?
- องค์กรที่ไม่ติดตั้งระบบ Network Security มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
- หลักการทำงานของ Network Security
- Network Security 6 ประเภทตอบโจทย์ทุกองค์กร
- สรุป
Network Security คืออะไร?
Network Security คือ ระบบป้องกันความปลอดภัยให้กับองค์กร ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากเพื่อรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย เนื่องจากระบบ Network Security สามารถป้องกันภัยคุกคามหรืออาชญากรรมบนโลกออนไลน์ได้ ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลขององค์กรหลากหลายอย่าง เช่น ความลับ การเข้าถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลสำคัญขององค์กร ซึ่งจะใช้ซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์ในการป้องกันข้อมูลเหล่านี้ เพราะฉะนั้น Network Security จึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้องค์กรห่างไกลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือบนโลกออนไลน์
องค์กรที่ไม่ติดตั้งระบบ Network Security มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
- เสี่ยงถูกโจมตีทางไซเบอร์ เนื่องจากแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงและโจมตีระบบในระยะเวลาอันสั้นได้ จนสร้างความเสียหายให้แก่องค์กร
- เกิดการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล หรือความลับทางธุรกิจ เมื่อถูกเปิดเผยหรือนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง
- องค์กรหรือบริษัทสูญเสียความน่าเชื่อถือ เพราะผู้ใช้บริการมองว่าองค์กรไม่สามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้ จนทำให้ไม่กล้ากลับมาใช้บริการอีกครั้ง
หลักการทำงานของ Network Security
Network Security ระบบรักษาความปลอดภัยของแต่ละองค์กร มักมีความแตกต่างกันออกไป อาจมีการออกแบบ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และนโยบายการรักษาความปลอดภัยไม่เหมือนกัน แต่สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. Physical Network Security
สามารถควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายทางกายภาพ ซึ่งเป็นด่านแรกในการป้องกันระบบเครือข่าย เช่น การสแกนลายนิ้วมือ (Biometric Authentication) บัตรผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (Access Cards) หรือรหัส PIN เพื่อเข้าถึงแหล่งจัดเก็บข้อมูล หรือคอมพิวเตอร์ขององค์กร นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการจัดการสายเคเบิลและอุปกรณ์เครือข่ายอย่างเป็นระบบ การควบคุมการเข้าถึงห้องเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูล
2. Technical Network Security
Technical Network Security คือการทำงานของ Network Security ที่ควบคุมความปลอดภัยทางเทคนิค มาพร้อมกับความสามารถในการปกป้องข้อมูลที่เก็บอยู่บนเครือข่ายขององค์กรหรือข้อมูลที่กำลังถูกส่งเข้า-ออกผ่านเครือข่าย โดยหลักการทำงานของ Technical Network Security จะแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ การป้องกันข้อมูลจากบุคคลภายนอกหรืออาชญากรทางไซเบอร์ และป้องกันกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์จากพนักงานขององค์กร
3. Administrative Network Security
มีความเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย เช่น การตรวจสอบสิทธิ์ ระดับการเข้าถึง พฤติกรรมการใช้งาน วิธีการดำเนินงานต่าง ๆ เป็นหลักการทำงานที่ทำให้การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายองค์กรมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
📌 ขอบคุณข้อมูลจาก : www.sosecure.co.th
Network Security 6 ประเภทตอบโจทย์ทุกองค์กร
1. Firewall
ไฟร์วอลล์เป็นซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์บนระบบเครือข่าย เสมือนผู้คอยตรวจสอบข้อมูลเข้า-ออกจากระบบเครือข่าย หากระบบทำการตรวจสอบและพบสิ่งผิดปกติ หรือมีแนวโน้มว่าจะไม่ปลอดภัยต่อระบบ Firewall จะเริ่มทำหน้าที่จำกัดการเข้าข้อมูลภายในทันที
2. Antivirus
โปรแกรมป้องกันไวรัส หรือแอนติไวรัส ถูกสร้างขึ้นเพื่อคอยตรวจจับ ป้องกัน และกำจัดโปรแกรมคุกคามทางคอมพิวเตอร์หรือมัลแวร์ รักษาความปลอดเครือข่ายขององค์กร และจัดการภัยคุกคามต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เข้าถึงอุปกรณ์ปลายทางได้
3. Cloud Security
ระบบรักษาความปลอดภัยคลาวด์ การปกป้องข้อมูล ระบบ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ถูกเก็บไว้บนระบบคลาวด์จากภัยคุกคามต่าง ๆ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอบโจทย์กับยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะหลายองค์กรมักเก็บข้อมูลไว้ในระบบ สามารถเพิ่มความปลอดภัยให้กับการจัดเก็บข้อมูลสำคัญขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. Intrusion Prevention System (IPS)
ระบบป้องกันการบุกรุก (IPS) เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยของเครือข่าย ที่ตรวจสอบปริมาณการใช้งานเครือข่ายและบล็อกเนื้อหาที่เป็นอันตราย IPS ช่วยปกป้องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยถ้าระบบตรวจพบผู้บุกรุกหรืออาชญากรทางไซเบอร์จะทำการยับยั้งการบุกรุกในทันที ซึ่ง IPS นั้นสามารถใช้งานร่วมกับ Firewall เพื่อทำให้ระบบรักษาความปลอดขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
5. Data Loss Prevention (DLP)
Data Loss Prevention (DLP) โซลูชันการรักษาความปลอดภัย มีหน้าที่ปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กร ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการเงิน หรือข้อมูลอื่น ๆ ขององค์กร ไม่ให้รั่วไหลออกสู่สาธารณะ โดย DLP จะเป็นระบบที่สามารถป้องกันการส่งออกข้อมูลได้ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ โดยระบบจะทำการยกเลิกการส่งออกข้อมูลทันที หรือยกเลิกการส่งออกข้อมูลแบบอัตโนมัติ
6. Email Security
ระบบรักษาความปลอดภัยของอีเมล เป็นกระบวนการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ผ่านอีเมล และการสื่อสารที่ไม่พึงประสงค์ เพราะ Email Security ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้การส่งข้อมูลผ่านอีเมลและคัดกรองอีเมลที่มีความน่าสงสัยหรือโดเมนที่ระบบไม่รู้จักได้
บทความแนะนำ
- เทปพิมพ์อักษร TZE เคลือบพลาสติก ทนรอยขีดข่วน ติดนาน
- New! หมึกโทนเนอร์เลเซอร์ Pantum TL-A5220H คมชัดประหยัดต้นทุน
- วิธีการเลือก เราเตอร์ Wifi (Router WiFi) สัญญาณเสถียรและเร็วขึ้น
สรุป
เพราะฉะนั้นแล้ว Network Security จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกองค์กร โดยเฉพาะทางด้านความปลอดภัยของระบบและข้อมูล ทำให้การออกแบบและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กรจำเป็นต้องได้รับการอัปเดตอยู่เสมอ เพื่อเท่าทันกลเหล่าอาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบัน ซึ่ง Network Security มีประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้
- ป้องกันข้อมูลจากไวรัสและมัลแวร์ เพื่อให้ข้อมูลสำคัญปลอดภัยจากไวรัสและมัลแวร์ที่อาจจะแฝงตัวมาจากภายนอก
- ป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล มีความปลอดภัย และปราศจากการรั่วไหลไปสู่สาธารณะหรือบุคคลที่ไม่พึงประสงค์อย่างอาชญากรทางไซเบอร์
- ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลหรือรหัสสำคัญ เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่สามารถทำหน้าที่ปกป้องข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
องค์กรใดที่อยากห่างไกลจากภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ การติดตั้ง Network Security นับว่ามีความจำเป็นและสำคัญกับองค์กรมาก ๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยเครือข่ายขององค์กร ตอบสนองความต้องการและสามารถปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างแท้จริง โดยทุกท่านสามารถเลือก Network Security ที่ต้องการได้บนเว็บไซต์ของเรา รับประกันของแท้ ได้มาตรฐาน หรือติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่ 02-9220291 และ Addline : @iamoffice
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 02-9220291
Line : @iamoffice
Facebook : @iamofficeshop





