
เครื่องปริ้นเตอร์คืออะไร
คำตอบโดยสรุป
เครื่องปริ้นเตอร์คืออะไร สำหรับอุปกรณ์สำนักงานหรือออฟฟิศคงต้องมีอุปกรณ์ไอทีอย่าง เครื่องปริ้นเตอร์ ประจำอยู่ในสำนักงานอย่างแน่นอน...
เครื่องปริ้นเตอร์คืออะไร สำหรับอุปกรณ์สำนักงานหรือออฟฟิศคงต้องมีอุปกรณ์ไอทีอย่างเครื่องปริ้นเตอร์ประจำอยู่ในสำนักงานอย่างแน่นอน โดยเครื่องปริ้นเตอร์แทบจะเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานออฟฟิศหรืองานสำนักงานต่าง ๆ เพราะส่วนใหญ่เวลาเราทำงานเรามักจะใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน หากเราต้องการพิมพ์เอกสารหรือถ่ายเอกสารเราจำเป็นต้องมีเครื่องปริ้นเตอร์ โดยเครื่องปริ้นเตอร์ถือเป็นอุปกรณ์เสริมของคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คที่สำคัญมาก ๆ เลยก็ว่าได้ หลาย ๆ คนเข้าใจว่าเครื่องปริ้นเตอร์พึ่งถูกคิดค้นมาได้ไม่นาน แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าเครื่องปริ้นเตอร์มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าที่คิด วันนี้ IamOffice จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับความเป็นมาของเครื่องปริ้นเตอร์และมาดูกันว่าแต่ละประเภทนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร
ทำความรู้จักกับเครื่องปริ้นเตอร์
เครื่องปริ้นเตอร์ (Printer) คือ อุปกรณ์ที่มีไว้เพื่อรับสัญญาณตรงจากคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์งานออกมาเป็นรูปภาพ หรือข้อความ ลงไปในกระดาษหรือวัตถุอื่น โดยเครื่องปริ้นเตอร์จัดอยู่ในกลุ่มอุปกรณ์แสดงผลชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่พิมพ์เอกสารออกมาตามที่สั่งผ่านคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค หรือก็คือเป็นอุปกรณ์เสริมในการทำงานของคอมพิวเตอร์
ประวัติเครื่องปริ้นเตอร์
เครื่องปริ้นเตอร์เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1938 โดย Chester Floyd Carlson นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน แต่มีการนำออกมาใช้งานในปี ค.ศ.1947 โดยสมัยนั้นเรียกวิธีการนี้ว่า “ซีโรกราฟี” ที่มาจากภาษากรีกที่แปลว่า การเขียนแห้ง ถือเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ โดยเครื่องปริ้นเตอร์ตัวแรกคือเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ EARS ได้รับการพัฒนาขึ้นที่ศูนย์วิจัย Palo Alto ตั้งแต่ปี ค.ศ.1969 ถึงปี ค.ศ.1971 โดยวิศวกรของบริษัท Xerox Gary Starkweather ได้ปรับเทคโนโลยีเครื่องถ่ายเอกสารของ Xerox ซึ่งช่วยเพิ่มลำแสงเลเซอร์ให้กับเครื่องปริ้นเตอร์
เครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ Xerox 9700 Electronic Printing System เป็นเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์เอ็กซ์เทอร์นอลรุ่นแรกที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี ค.ศ. 1977 เป็นรุ่นที่ 9,700 ที่มีลักษณะคล้ายเครื่องปริ้นเตอร์ EARS ของ PARC ที่ถือเป็นผู้บุกเบิกด้านเลเซอร์สแกนเนอร์ จากนั้นต่อมาได้มีการพัฒนาเครื่องปริ้นเตอร์มากมายหลากหลายรูปแบบโดยมีเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์เป็นตัวต้นแบบในการพัฒนา ทำให้ในปัจจุบันมีเครื่องปริ้นเตอร์หลากหลายประเภทเกิดขึ้น และมีหลาย ๆ แบรนด์ที่ยังมีการพัฒนาเครื่องปริ้นเตอร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ประเภทของเครื่องปริ้นเตอร์
ในปัจจุบันมีเครื่องปริ้นเตอร์หลากหลายประเภทมาก โดยเราสามารถเลือกให้เหมาะกับการใช้งานได้ ซึ่งเครื่องปริ้นเตอร์แต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติที่สามารถใช้งานได้อย่างแตกต่างกัน แต่คงมีหลายคนที่สงสัยว่าเครื่องปริ้นเตอร์มีกี่ประเภทแล้วแต่ละประเภทมีจุดเด่นหรือเหมาะกับการใช้งานแบบไหน โดยเครื่องปริ้นเตอร์มีทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้
1.เครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์
เป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่นิยมใช้กันมากในสำนักงานต่าง ๆ โดยจะเป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่ใช้แสงเลเซอร์ วาดลงบนกระบอกรับภาพที่มีประจุไฟฟ้าตามรูปภาพที่จะพิมพ์ลงกระดาษ เมื่อตัวกระบอกรับภาพหมุนตัวผงหมึกก็จะเกาะไปตามบริเวณที่มีประจุไฟฟ้าอยู่แล้วจะทำให้ผงหมึกไปติดกระดาษด้วยความร้อน ทำให้เวลาเราใช้งานเครื่องปริ้นเตอร์กระดาษที่พิมพ์งานออกมาจะมีความอุ่น หมึกปริ้นเตอร์ของเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ เรียกว่า โทนเนอร์ เครื่องปริ้นเตอร์ประเภทนี้มีทั้งหมด 2 แบบ คือ พิมพ์สีและพิมพ์ขาวดำ ที่นิยมใช้งานกันนั่นเพราะเป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่มีความเร็วในการพิมพ์สูง ส่วนใหญ่จะใช้ในสำนักงานหรือออฟฟิศที่ต้องพิมพ์เอกสารในจำนวนมาก โดยเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ที่พิมพ์งานในรูปแบบขาวดำจะนิยมใช้กันมากที่สุด
2.เครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท
เป็นเครื่องปริ้นเตอร์อีกตัวที่หลายคนนิยมเลือกใช้งาน เป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่เหมาะกับงานภาพหรืองานกราฟิกที่ต้องการความคมชัดของสี โดยการทำงาน คือ การพ่นหมึกปริ้นเตอร์เป็นหยด ๆ ลงบนกระดาษ เครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ทมีความเร็วในการพิมพ์ มีหน่วยวัดความเร็วเป็นในการพิมพ์เป็น PPM เครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ทสามารถพิมพ์ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน หมึกปริ้นเตอร์ที่ใช้จะมีอยู่ด้วยกัน 4 สี คือ สีดำ, สีฟ้า, สีชมพู และสีเหลือง โดยส่วนใหญ่ตัวเครื่องจะสามารถรองรับกระดาษได้ขนาดไม่เกินกระดาษขนาด A3 ที่นิยมใช้งานเครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ทเพราะราคาของตัวเครื่องปริ้นเตอร์ไม่แพงมาก ที่สำคัญหาซื้อง่ายบำรุงรักษาง่ายกว่าเครื่องปริ้นเตอร์ประเภทอื่น
3.เครื่องพิมพ์ดอทเมตริกซ์
ถือเป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่ใช้มากเหมือนกัน หลาย ๆ คนคงเรียกว่า เครื่องปริ้นเตอร์หัวเข็ม โดยเครื่องพิมพ์ดอทเมตริกซ์ใช้กลไกของการกระแทกหัวเข็มผ่านตลับผ้าหมึกดอทเมตริกซ์ลงไปในกระดาษ เป็นแบบจุด ๆ มีการทำงานที่คล้าย ๆ กับเครื่องพิมพ์ดีดในสมัยก่อน ที่นิยมเพราะเป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่มีความทนทาน ราคาของผ้าหมึกมีราคาถูก ส่วนใหญ่จะใช้ในงานธนาคารหรืองานที่เป็นใบเสร็จ แต่ข้อเสียคือเครื่องพิมพ์ดอทเมตริกซ์ สามารถพิมพ์ได้แค่งานอักษรขาวดำเท่านั้น เวลาใช้เครื่องจะมีเสียงดังมาก ๆ ถ้าเทียบกับเครื่องปริ้นเตอร์ประเภทอื่น โดยกระดาษที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ดอทเมตริกซ์จะใช้กระดาษคาร์บอน
4.เครื่องปริ้นเตอร์พล็อตเตอร์
เป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยเห็นกัน โดยถือเป็นเครื่องปริ้นเตอร์เฉพาะงานเลยก็ว่าได้ โดยการทำงานคือใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่าง ๆ ลงบนกระดาษโดยใช้วิธีเลื่อนกระดาษ เครื่องปริ้นเตอร์พล็อตเตอร์สามารถใช้ปากกาได้ 6 - 8 สี เครื่องปริ้นเตอร์พล็อตเตอร์มีหน่วยความเร็วเป็นนิ้วต่อวินาที คือ จำนวนนิ้วที่พล็อตเตอร์สามารถเลื่อนปากกาไปบนกระดาษ เป็นเครื่องปริ้นเตอร์ที่ใช้ในงานเขียนแบบอย่างวิศวกรรม หรืองานออกแบบของสถาปนิก โดยที่เครื่องปริ้นเตอร์มีขนาดใหญ่ทำให้หลาย ๆ คนนิยมนำไปทำงานอย่างพวกป้ายโฆษณา มีบางรุ่นสามารถเปลี่ยนหัวจากปากกาเป็นใบมีดแทนได้ใช้ในงานตัดสติกเกอร์
5.เครื่องปริ้นเตอร์เทอร์มอล
หลายคนคงเคยเห็นเครื่องปริ้นเตอร์ประเภทนี้ตามร้านสะดวกซื้อหรือในห้าง หรือง่าย ๆ คือเครื่องปริ้นเตอร์ใบเสร็จนั้นเอง เครื่องปริ้นเตอร์ประเภทนี้ทำงานโดยการใช้ความร้อนจากหัวพิมพ์ถ่ายเทไปยังกระดาษเทอร์มอล โดยตัวกระดาษจะมีสารเคมีที่จะเกิดสีดำขึ้นมาเมื่อโดนความร้อน ส่วนใหญ่นิยมใช้สำหรับการทำใบเสร็จ เพราะว่าตัวกระดาษเทอร์มอลที่ใช้กับเครื่องปริ้นเตอร์ประเภทนี้ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน
บทความที่เกี่ยวข้อง
สรุป
เครื่องปริ้นเตอร์นั้นมีมานานมากแล้วแต่ได้ถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จนในปัจจุบันมีหลากหลายประเภทให้เลือกได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งาน สำหรับใครที่อยากได้เครื่องปริ้นเตอร์สำหรับงานเอกสารทั่วไป, ต้องการพิมพ์เอกสารในจำนวนมาก, งานเอกสารทั่วไปเป็นขาวดำ ขอแนะนำเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ สำหรับงานกราฟิกหรืองานรูปทั่วไป แนะนำเป็นเครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท ถ้าเป็นงานที่เกี่ยวกับบัญชีหรืองานที่เกี่ยวกับธนาคารแนะนำเป็นเครื่องพิมพ์ดอทเมตริกซ์แต่สำหรับงานทำป้ายโฆษณาหรือเอาไปสำหรับเขียนแบบออกแบบ แนะนำเป็นเครื่องปริ้นเตอร์พล็อตเตอร์ สำหรับร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายของแนะนำเครื่องปริ้นเตอร์เทอร์มอล
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 02-9220291
Line : @iamoffice
Facebook : @iamofficeshop
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องปริ้นเตอร์คืออะไร และมีที่มาอย่างไร?
เครื่องปริ้นเตอร์คืออุปกรณ์ที่รับสัญญาณจากคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์ข้อความหรือรูปภาพลงบนกระดาษ จัดเป็นอุปกรณ์แสดงผลชนิดหนึ่ง เทคโนโลยีนี้เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1938 โดย Chester Floyd Carlson นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน ด้วยวิธีที่เรียกว่าซีโรกราฟีซึ่งแปลว่าการเขียนแห้ง และกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของเครื่องพิมพ์เลเซอร์ในเวลาต่อมา
เครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์กับอิงค์เจ็ทต่างกันอย่างไร เหมาะกับงานแบบไหน?
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ใช้แสงเลเซอร์วาดภาพบนกระบอกรับภาพที่มีประจุไฟฟ้า แล้วให้ผงหมึกที่เรียกว่าโทนเนอร์ติดกระดาษด้วยความร้อน มีความเร็วในการพิมพ์สูง เหมาะกับสำนักงานที่พิมพ์เอกสารจำนวนมาก ส่วนอิงค์เจ็ทใช้วิธีพ่นหมึกเป็นหยดลงบนกระดาษด้วยหมึก 4 สี เหมาะกับงานภาพและกราฟิกที่ต้องการความคมชัดของสี และส่วนใหญ่รองรับกระดาษได้ถึงขนาด A3
เครื่องพิมพ์ดอทเมตริกซ์คืออะไร ยังนิยมใช้ในงานแบบไหน?
เครื่องพิมพ์ดอทเมตริกซ์หรือที่เรียกกันว่าเครื่องปริ้นเตอร์หัวเข็ม ทำงานด้วยกลไกกระแทกหัวเข็มผ่านตลับผ้าหมึกลงบนกระดาษเป็นจุด คล้ายเครื่องพิมพ์ดีดสมัยก่อน มีความทนทานสูง นิยมใช้ในงานธนาคารและงานพิมพ์ใบเสร็จที่ใช้กระดาษคาร์บอน แต่พิมพ์ได้เฉพาะตัวอักษรขาวดำและมีเสียงดังกว่าเครื่องพิมพ์ประเภทอื่น
บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือกเทป OPP กับเทปใส ให้เหมาะกับงาน
เทปกาว เป็นอุปกรณ์สำนักงานและวัสดุสิ้นเปลืองที่หลายธุรกิจต้องใช้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการปิดซองเอกสาร ติดกระดาษ ซ่อมแซมเอกสาร หรือปิดกล่องพัสดุเพื่อเตรียมจัดส่ง แม้เทปแต่ละชนิดจะมีหน้าที่พื้นฐานเหมือนกัน แต่รูปแบบการใช้งานและคุณสมบัติของเทปแต่ละประเภทแตกต่างกัน

ของใช้สำนักงานชิ้นเล็ก เบื้องหลังความสำเร็จงานใหญ่
มีประชุมสำคัญในอีก 10 นาที! เอกสารพิมพ์เสร็จแล้ว แต่… ลวดเสียบหรือลวดเย็บกระดาษหมด! สิ่งที่ตามมาคือ ต้องรีบวิ่งหาร้านสะดวกซื้อในละแวกใกล้เคียง เสียทั้งเวลา เสียทั้งโอกาส และอาจทำให้ภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพลดลง เพราะบางครั้ง สิ่งที่ทำให้งานสะดุด ไม่ใช่ความสามารถของคน แต่เป็น... ความไม่พร้อมของอุปกรณ์สำนักงานนั่นเอง

เอกสารเยอะ ไม่รก! ถ้าเลือกแฟ้ม Elephant
เอกสารสำคัญอย่างใบเสนอราคา, ใบสั่งซื้อ, ใบเสร็จ, สัญญา, รายงาน, เอกสารบัญชี หรือเอกสารภายในองค์กร เมื่อเอกสารเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาคือ โต๊ะทำงานที่เริ่มแน่น ตู้เก็บเอกสารพื้นที่เต็ม และเวลาค้นหาเอกสารแต่ละชุดค่อนข้างนาน ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วย “การเลือกวิธีจัดเก็บที่เหมาะกับประเภทของเอกสาร”
